มาในบัดนี้ ภพสุดท้าย ข้าพเจ้าเกิดในท้อง
ทาสีผู้แบกหม้อน้ำ [กุมภทาสี] ในเรือนของท่านอนาถ-
ปิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี ราชธานีแห่งแคว้นโกศล.
ข้าพเจ้าเป็นหญิงแบกหม้อน้ำ ได้พบพราหมณ์
โสตถิยะ [ผู้เป็นพราหมณ์หนที่ ๒] กำลังหนาวสั่น
อยู่กลางน้ำ ครั้นพบเขาแล้ว ได้กล่าวดังนี้ว่า
ข้าพเจ้าเป็นหญิงแบกหม้อน้ำ กลัวเจ้านายลงโทษ
ถูกภัยคือวาจาและโทสะเจ้านายคุกคาม จึงลงตักน้ำทุก
เมื่อ แม่แต่หน้าหนาว ท่านพราหมณ์ ท่านเล่า
กลัวอะไร จึงลงน้ำทุกเมื่อ ตัวสั่นเทา ประสบความ
หนาวเย็นอย่างหนัก.
พราหมณ์กล่าวว่า
ดูก่อนแม่ปุณณาผู้จำเริญ เจ้าเมื่อรู้ว่าเราผู้กระทำ
กุศลกรรม อันห้ามบาปที่ทำไว้แล้ว ยังจะสอบถาม
หรือหนอ ก็ผู้ใด ไม่ว่าเป็นคนแก่และคนหนุ่มประกอบ
บาปกรรมได้ ผู้นั้น ย่อมจะหลุดพ้นจากบาปกรรมได้
เพราะการลงอาบน้ำ.
ข้าพระองค์ได้บอกแก่พราหมณ์ผู้ขึ้นจากน้ำ ถึง
บทอันประกอบด้วยธรรมและอรรถ พราหมณ์ฟังบท
นั้นแล้ว ก็สลดใจด้วยดีออกบวช เป็นพระอรหันต์.
เมื่อใด ข้าพระองค์บำเพ็ญบารมีมา ๙๙ ชาติ
เกิดในสกุลทาสี เมื่อนั้น บิดามารดาเหล่านั้น ได้