ข้าพเจ้าถือข้าว ๑ ทัพพี ถวายแด่พระพุทธเจ้าผู้
ประเสริฐสุด ผู้แสวงคุณอันยิ่งใหญ่ พระนามว่าเวสสภู
ซึ่งกำลังเสด็จเที่ยวบิณฑบาต พระเวสสภูสัมพุทธเจ้า
พระศาสดาผู้นำโลก ทรงรับแล้ว ประทับยืน ณ ท้อง
ถนน ทรงกระทำอนุโมทนาแก่ข้าพเจ้าว่า ท่านถวาย
ข้าว ๑ ทัพพี จักไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ จักเป็นมเหสี
ของท้าวสักกะเทวราช ๓๖ พระองค์ จักเป็นเอกอัคร-
มเหสีของพระเจ้าจักรพรรดิ ๕๐ พระองค์ ท่านจักได้
ทุกอย่างที่ใจปรารถนาทุกเมื่อ ท่านครั้นเสวยสมบัติ
แล้ว ก็จักเว้นจากเครื่องกังวล จักกำหนดรู้อาสวะทั้ง
ปวง ไม่มีอาสวะ ดับสนิท พระเวสสภูสัมพุทธเจ้า
ปราชญ์ผู้นำทาง ครั้นตรัสอย่างนี้แล้ว ก็เสด็จสู่ท้อง
ฟ้าเหมือนพระยาหงส์บินไปในอากาศ ทานอย่าง
ประเสริฐ ข้าพเจ้าก็ถวายดีแล้ว ยาคสัมปทา ความ
พร้อมแห่งยาคะ [การบูชา] ข้าพเจ้าก็บูชาแล้ว
ข้าพเจ้าถวายข้าวทัพพีเดียวก็บรรลุอจลบท บทอันไม่สั่น
คลอน ๓๑ กัปนับแต่กัปนี้ไป ในครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้
ถวายภิกษาทานอันใด ข้าพเจ้าไม่รู้จักทุคติเลย ที่เป็น
ผลของภิกษาทานอันนั้น กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าก็เผา
เสียแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ทำ
เสร็จแล้ว.
ก็แลสิกขมานาสุนทรี ครั้นบรรลุ พระอรหัตแล้ว อยู่ด้วยสุขในผล
และสุขในพระนิพพาน ต่อมา [อุปสมบทแล้ว] คิดว่า จำเราจักบรรลือสีหนาท
ต่อพระพักตร์ของพระศาสดา จึงลาพระอุปัชฌายะ ออกจากกรุงพาราณสี พร้อม