Tipitaka

พระไตรปิฎก

ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่มที่ 16 หน้าที่ 8

เล่ม มมร. 16 หน้า 8 ข้อ 135
อย่างนี้ ย่อมได้มหาปุริสลักษณะนี้ คือ ใต้ฝ่าเท้าทั้งสองมีจักรเกิด มีซี่ กำพันหนึ่ง มีกงมีดุมบริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง มีระหว่างอันกุศลกรรม แบ่งเป็นอันดี. พระมหาบุรุษถึงพร้อมด้วยลักษณะนั้น ถ้าอยู่ครองเรือน จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ฯ ล ฯ เมื่อเป็นพระราชาจะได้อะไร เมื่อเป็น พระราชาจะได้ผลข้อนี้ คือ มีบริวารมาก คือมีบริวารเป็นพราหมณ์ เป็น คฤหบดี เป็นชาวนิคม เป็นชาวชนบท เป็นโหราจารย์ เป็นมหาอำมาตย์ เป็นกองทหาร เป็นนายประตู เป็นอำมาตย์ เป็นบริษัท เป็นเจ้า เป็น เศรษฐี เป็นกุมาร. ถ้าพระมหาบุรุษนั้นออกทรงผนวช จะเป็นพระอรหันต- สัมมาสัมพุทธเจ้า มีหลังคาคือกิเลสอันเปิดแล้วในโลก เมื่อเป็นพระพุทธเจ้า จะได้อะไร เมื่อเป็นพระพุทธเจ้าจะได้ผลคือ มีบริวารมาก มีบริวารเป็นภิกษุ เป็นภิกษุณี เป็นอุบาสก เป็นอุบาสิกา เป็นเทวดา เป็นมนุษย์ เป็นอสูร เป็นนาค เป็นคนธรรพ์. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสความนี้ไว้. พระโบราณา- จารย์ทั้งหลาย จึงกล่าวคาถาประพันธ์นี้ในพระลักษณะเหล่านั้นว่า [๑๓๕] พระมหาบุรุษเคยเป็นมนุษย์ในชาติก่อน ๆ นำความสุขมาให้แก่ชนเป็นอันมาก บรรเทาภัย คือความหวาดกลัวและความหวาดสะดุ้ง ขวน ขวายในการคุ้มครองรักษาป้องกัน เพราะกรรมนั้นพระมหาบุรุษจึงหลีกไปสู่ ไตรทิพย์ เสวยความสุขและสมบัติเป็นที่ เพลิเพลินยินดี ครั้นจุติจากทิพย์แล้ว เวียน มาในโลกนี้ ย่อมได้ลายจักรทั้งหลาย มีซี่กำ พันหนึ่ง มีกง มีดุมโดยรอบ ที่ฝ่าพระบาททั้ง สอง
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka