Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 422 | >>

การหยั่งเห็นความเกิดขึ้นและความดับไป ชื่อว่า ญาณ พระพุทธเจ้าผู้ทรงปรีชาอันเลิศได้ทรง แสดงไว้ นักปฏิบัตินั้นย่อมรู้แจ้งอย่างนี้ว่า กองหรือหมู่ของรูปนามย่อมไม่มีก่อนจะเกิดขึ้น รูปนามที่เกิดอยู่มิได้มาจากกองหรือหมู่ รูปนามที่ดับไปอยู่มิได้ไปสู่ทิศทั้งหลาย แม้รูปนามที่ ดับไปแล้วก็มิได้รวมเป็นกองในที่แห่งหนึ่ง การอุปมาด้วยเสียงพิณก ล่าวไว้เพื่อแสดงข้อความ นั้นในเรื่องนี้”

[เสียงพิณอาศัยพิณไ ม้ดีด และการดีดย่อมเกิดขึ้นแล้วดับไป ฉันใด รูปนามที่ไม่เคยเกิด ก็เกิดขึ้นโดยอาศัยเหตุปัจจัย ฉันนั้น๘๘ ]

การกำหนดรู้ความเกิดดับโดยพิสดาร

๑๒๖๙. อุทพฺพยมนกฺการ- เมวํ สงฺเขปโต ปน
กตฺวา ตสฺเสว ญาณสฺสวิภงฺคสฺส วเสน ตุ.
๑๒๗๐. “อวิชฺชาสมุทยา รูป- สมุทโย”ติ หิ อาทินา๘๙
นเยเนเกกขนฺธสฺสอุทยพฺพยทสฺสเน.
๑๒๗๑. ทส ทสาติ กตฺวาน วุตฺตา ปญฺญาสลกฺขณา
เตสํ ปน วเสนาปิ ธมฺเม สมนุปสฺสติ.
๑๒๗๒. เอวํ รูปุทโย โหติ เอวมสฺส วโย อิติ
อุเทติ เอวํ รูปมฺปิ เอวํ รูปํ ตุ เวติ จ.

“เธอกำหนดรู้ความเกิดดับโดยสังเขปดังนี้แล้ว ย่อมหยั่งเห็นธรรมทั้งหลายว่า ‘ความเกิดขึ้นของรูปย่อมมีอย่างนี้ [รูปเกิดขึ้นเพราะการเกิดของอวิชชา ตัณหา กรรม และ อาหาร] ความดับไปของรูปย่อมมีอย่างนี้ [รูปดับไปเพราะความดับของอวิชชา ตัณหา กรรม และอาหาร] รูป[ที่เกิดจากกรรม จิตอุตุและอาหาร]ย่อมเกิดขึ้นอย่างนี้ รูป[ที่เกิดจากกรรม จิตอุตุและอาหาร]ย่อมดับไปอย่างนี้’ โดยจำแนกเป็นลักษณะ ๕๐ อย่างซึ่งแยกเป็นขันธ์ละ ๑๐ อย่างด้วยการกำหนดรู้ความเกิดดับของขันธ์หนึ่งๆ ว่า ความเกิดขึ้นของรูปย่อมมีเพราะ

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka