- วิญญาณในอนาคตดับไปเพราะการดับของอวิชชา (อวิชฺชานิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ)
- วิญญาณในอนาคตดับไปเพราะการดับของตัณหา (ตณฺหานิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ)
- วิญญาณในอนาคตดับไปเพราะการดับของกรรมคือกุศลกรรมและอกุศลกรรม (กมฺม-นิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ)
- วิญญาณที่ยังไม่เกิดได้ดับไปโดยไม่เกิดขึ้นเพราะการดับกล่าวคือความไม่มีอาหารคือ คำข้าว (อาหารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ)
- สังขตลักษณะคือความแปรปรวนพินาศไปของวิญญาณ (วิปริณามลกฺขณํ) ในคาถา ๑๒๗๐ บาทที่ ๒ค ำ ว่าส มุทโยติหิอาทินา ถ้ามีรูปสมาสว่าส มุทโยเตฺยวมาทินา (สมุทโย + อิติ+ เอวํ + อาทินา) น่าจะตรงตามหลักภาษาที่ใช้โดยทั่วไป เพราะ อาทิศัพท์ที่ประกอบ ใช้ในกรณีอย่างนี้นิยมเชื่อมสมาสกับบทหน้า ขอฝากให้ผู้รู้พิจารณา]
๑๒๗๓. เอวํ ปจฺจยโตเปตฺถ ขณโต อุทยพฺพยํ
ปสฺสโต สพฺพธมฺมา จ ปากฏา โหนฺติ ตสฺส เต.
“เมื่อเธอเห็นความเกิดขึ้นและดับไปโดยปัจจัยและขณะในขันธ์เหล่านี้ ธรรมทั้งหมด ย่อมปรากฏชัดแก่เธอ”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่าค ำ ว่า “ธรรมทั้งหมด” หมายถึงสัจจะ ๔ ปฏิจจสมุปบาท นัย๔อ ย่าง มีเอกัตตนัยเป็นต้น และไตรลักษณ์]
๑๒๗๔. อุทเก ทณฺฑราชีว อารคฺเคริว สาสโป
วิชฺชุปฺปาทาว ธมฺมา เต ปริตฺตฏฺฐายิโน สิยุํ.
“ธรรม[คือรูปนาม]เหล่านั้นตั้งอยู่ได้เพียงชั่วขณะ เป็นเช่นกับรอยไม้ที่ขีดบนผิวน้ำ เมล็ดพันธ์ุผักกาดบนปลายเหล็กแหลม และสายฟ้าแลบ”
๑๒๗๕. กทลีสุปินาลาต- จกฺกมายุปมา อิเม
อสารา ปน นิสฺสารา หุตฺวา ขายนฺติ โยคิโน.
“ธรรมเหล่านี้ย่อมประจักษ์แก่นักปฏิบัติว่าไร้แก่นสาร เหมือนดั่งต้นกล้วย ความฝัน