Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 435 | >>
๑๓๐๘. สงฺขารุเปกฺขา สงฺขาเร อนิจฺจา ทุกฺขาติ วา ตถา
สมฺมสิตฺวา ภวงฺคํ ตุ ปุน โวตรเตว สา.

“เมื่อนักปฏิบัติเจริญสังขารุเปกขาญาณอยู่ ญาณนั้นหยั่งเห็นสังขารทั้งหลายว่าไม่ เที่ยง เป็นทุกข์ หรือเป็นอนัตตาโดยอาการว่า มรรคจักเกิดในบัดนี้ แล้วลงสู่ภวังค์อีก”

๑๓๐๙. ภวงฺคานนฺตรํ สงฺขารุ- เปกฺขากตนเยน ตุ
อนิจฺจาทิวเสเนว สงฺขาเร ปน โคจรํ.
๑๓๑๐. กุรุมานํ มโนทฺวาเร ชายตาวชฺชนํ ตโต
ภวงฺคาวฏฺฏนํ กตฺวา ชาตสฺสานนฺตรํ ปน.
๑๓๑๑. สงฺขาเร โคจรํ กตฺวา ปฐมํ ชวนมานสํ
อุปฺปชฺชตีติ ตํ จิตฺตํ ปริกมฺมนฺติ วุจฺจติ.

“ถัดจากภวังค์ไป มโนทวาราวัชชนจิตย่อมเกิดขึ้นรับอารมณ์เป็นสังขารโดยความ เป็นสภาพไม่เที่ยงเป็นต้น ตามนัยที่กล่าวแล้วในสังขารุเปกขาญาณ แต่นั้นถัดจากมโนทวารา-วัชชนจิตที่เกิดขึ้นตัดกระแสภวังค์ ชวนจิตดวงแรกย่อมเกิดขึ้นรับสังขารเป็นอารมณ์ จิต ดังกล่าวชื่อว่าบ ริกรรม (จิตปรุงแต่งมรรคอัปปนา, จิตทำให้เกิดมรรคอัปปนา)”

๑๓๑๒. ตทนนฺตรเมวญฺญํ สงฺขารารมฺมณํ ปุน
ทุติยํ ชวนํ โหติ อุปจารนฺติ ตํ มตํ.

“ชวนจิตดวงที่ ๒ ที่มีสังขารเป็นอารมณ์ย่อมเกิดขึ้นต่อจากนั้น ชวนจิตดังกล่าว ชื่อว่าอุปจาระ (จิตอยู่ใกล้มรรคอัปปนา)”

๑๓๑๓. ตทนนฺตรํ ตํ โหติ ตถา สงฺขารโคจรํ
ตติยํ ชวนจิตฺตํ อนุโลมนฺติ สญฺญิตํ.
๑๓๑๔. ปุริมานํ ปนฏฺฐนฺนํ ญาณานํ อนุโลมโต
โพธิปกฺขิยธมฺมานํ อุทฺธญฺจ อนุโลมโต.

“ชวนจิตดวงที่ ๓ที่มีสังขารนั้นเป็นอารมณ์ย่อมเกิดขึ้นถัดจากนั้น ชวนจิตดังกล่าว

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka