Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 440 | >>
๑๓๒๒. โปถุชฺชนิกโคตฺตํ วา อภิภุยฺย ปวตฺติโต
โคตฺตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ ตโต ภวติ โคตฺรภุ.

“ชื่อว่า โคตรภูเพราะเป็นไปครอบงำโคตรของปุถุชน หรือเพราะเกิดจากพระนิพพาน ที่ชื่อว่า โคตร [อันเป็นอารัมมณปัจจัย]”

[คำว่า โคตฺรภุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ

  • จิตครอบงำโคตรของปุถุชน = โคตฺตํ อภิภุยฺย ปวตฺตตีติ โคตฺรภุ (ภู ธาตุลงในอรรถว่า ครอบงำ, คำว่า โคตฺต หมายถึง โคตรของปุถุชน)
  • จิตเกิดจากพระนิพพาน = โคตฺตโต ภวตีติโคตฺรภุ(ภูธาตุลงในอรรถว่าเ กิด, คำว่า โคตฺต แปลว่า พระนิพพาน)]

มรรคญาณที่ ๑

๑๓๒๓. ญาณํ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณทสฺสนสุทฺธิกํ
ตตฺถ ตํ ปฐมํ มคฺคํ สมฺปาเทตุํ ปนิจฺฉตา.
๑๓๒๔. อญฺญํ กิญฺจิปิ กาตพฺพํ ภิกฺขุนา เตน นตฺถิ ตํ
ยญฺหิ เตน จ กาตพฺพํ สิยา ตํ กตเมว ตุ.

“ญาณในมรรคทั้ง๔ชื่อว่า ญาณทัสสนวิสุทธิภิกษุผู้ปรารถนาจะให้สำเร็จปฐม-มรรคในญาณทั้ง๔นั้นไ ม่มีกิจอื่นที่ควรบำเพ็ญ เพราะได้กระทำกิจที่ควรบำเพ็ญไว้แล้ว”

๑๓๒๕. อนุโลมาวสานญฺหิ สูรํ ติกฺขํ วิปสฺสนํ
อุปฺปาเทนฺเตน ตํ สพฺพํ กตเมว จ โยคินา.

“ดังจะเห็นได้ว่านักปฏิบัติได้ทำกิจทั้งหมดแล้วโดยแท้ ด้วยการเจริญวิปัสสนาที่ องอาจมีกำลังซึ่งมีอนุโลมญาณเป็นที่สุด”

๑๓๒๖. ตสฺสานุโลมญาณสฺสอ นฺเต ตุ อนิมิตฺตกํ
วิสงฺขารํ นิโรธญฺจนิพฺพานํ อมตํ ปทํ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka