๑๓๒๒. โปถุชฺชนิกโคตฺตํ วา อภิภุยฺย ปวตฺติโต
โคตฺตํ วุจฺจติ นิพฺพานํ ตโต ภวติ โคตฺรภุ.
“ชื่อว่า โคตรภูเพราะเป็นไปครอบงำโคตรของปุถุชน หรือเพราะเกิดจากพระนิพพาน ที่ชื่อว่า โคตร [อันเป็นอารัมมณปัจจัย]”
[คำว่า โคตฺรภุ มีความหมาย ๒ ประการ คือ
- จิตครอบงำโคตรของปุถุชน = โคตฺตํ อภิภุยฺย ปวตฺตตีติ โคตฺรภุ (ภู ธาตุลงในอรรถว่า ครอบงำ, คำว่า โคตฺต หมายถึง โคตรของปุถุชน)
- จิตเกิดจากพระนิพพาน = โคตฺตโต ภวตีติโคตฺรภุ(ภูธาตุลงในอรรถว่าเ กิด, คำว่า โคตฺต แปลว่า พระนิพพาน)]
มรรคญาณที่ ๑
๑๓๒๓. ญาณํ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณทสฺสนสุทฺธิกํ
ตตฺถ ตํ ปฐมํ มคฺคํ สมฺปาเทตุํ ปนิจฺฉตา.
๑๓๒๔. อญฺญํ กิญฺจิปิ กาตพฺพํ ภิกฺขุนา เตน นตฺถิ ตํ
ยญฺหิ เตน จ กาตพฺพํ สิยา ตํ กตเมว ตุ.
“ญาณในมรรคทั้ง๔ชื่อว่า ญาณทัสสนวิสุทธิภิกษุผู้ปรารถนาจะให้สำเร็จปฐม-มรรคในญาณทั้ง๔นั้นไ ม่มีกิจอื่นที่ควรบำเพ็ญ เพราะได้กระทำกิจที่ควรบำเพ็ญไว้แล้ว”
๑๓๒๕. อนุโลมาวสานญฺหิ สูรํ ติกฺขํ วิปสฺสนํ
อุปฺปาเทนฺเตน ตํ สพฺพํ กตเมว จ โยคินา.
“ดังจะเห็นได้ว่านักปฏิบัติได้ทำกิจทั้งหมดแล้วโดยแท้ ด้วยการเจริญวิปัสสนาที่ องอาจมีกำลังซึ่งมีอนุโลมญาณเป็นที่สุด”
๑๓๒๖. ตสฺสานุโลมญาณสฺสอ นฺเต ตุ อนิมิตฺตกํ
วิสงฺขารํ นิโรธญฺจนิพฺพานํ อมตํ ปทํ.