ให้สัญญาณแก่มรรคแล้วดับไป”
๑๓๓๒. มคฺโคปิ เตน ตํ ทินฺนํ อมุญฺจิตฺวาว สญฺญิตํ
ตํ ญาณมนุพนฺธนฺโต ชายเต ตทนนฺตรํ.
“แม้มรรคก็ไม่ละสัญญาณที่โคตรภูให้ไว้ ย่อมเกิดติดตามโคตรภูญาณต่อจากนั้น”
๑๓๓๓. กทาจิปิ อนิพฺพิทฺธ- ปุพฺพํ มคฺโค ปเนส หิ
โลภํ โทสญฺจ โมหญฺจวิทฺธํสนฺโตว ชายติ.
“มรรคนี้ย่อมเกิดขึ้นกำจัดความโลภ โกรธ หลง ที่ไม่เคยกำจัดได้มาก่อนในกาล ใดๆ”
๑๓๓๔. น เกวลมยํ มคฺโค โทสนาสนเมว จ
กโรติ อถ โขปาย- ทฺวารานิปิ ปิเธติ จ.
“มรรคดังกล่าวมิได้เพียงกำจัดโทษเท่านั้น แต่ยังปิดประตูอบายอีกด้วย”
๑๓๓๕. อนามตคฺคสํสาร- วฏฺฏทุกฺขมโหทธึ
อปารมติโฆรญฺจ โสเสติ จ อเสสโต.
“มรรคยังทะเลทุกข์คือสงสารที่ไม่ปรากฏเบื้องต้นไ ม่เห็นฝั่ง และน่าสะพรึงกลัวใ ห้ เหือดแห้งไปโดยสิ้นเชิง”
๑๓๓๖. มิจฺฉามคฺคํ ปนฏฺฐงฺคํ ชายมาโน จ อุชฺฌติ
สพฺพเวรภยาเนตฺถนิจฺจํ วูปสเมติ จ.
“เมื่อมรรคเกิดอยู่ย่อมยังอริยมรรคมีองค์ ๘ใ ห้เกิดขึ้นก ำ จัดมิจฉามรรค ทั้งระงับ เวรภัยทั้งหมดในสงสารได้ตลอดกาลเป็นนิตย์”
[ฉบับฉัฏฐสังคายนาและฉบับภูมิพโลฯ มีรูปในบาทที่ ๒ว่า ชายมาโน จ อุชฺฌติฉบับเทว-นาครีมีรูปว่า ชายมาโนว อุชฺฌติส่วนนิสสัยพม่ามีรูปว่า ฌายมาโน อุปฺปชฺชติตามนัยนี้แปลว่า มรรค ย่อมเกิดขึ้นกำจัดมิจฉามรรคมีองค์ ๘]