Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 443 | >>
๑๓๓๗. พุทฺธสฺโสรสปุตฺตตฺตํ อุปเนติ นยํ ปน
อานิสํเส อเนเกปิ ปวตฺตยติ โยคิโน.

“มรรคย่อมนำบุคคลไปสู่ความเป็นพุทธชิโนรส ก่อให้เกิดผลานิสงส์มหาศาลแก่ นักปฏิบัติ”

๑๓๓๘. ทายเกนานิสํสานํ อเนเกสมเนน จ
อาทิมคฺเคน สํยุตฺตํ ญาณนฺติ ญาณทสฺสนํ.
ปฐมมคฺคญาณํ.

“ญาณที่ประกอบกับมรรคแรกซึ่งให้อานิสงส์มากเป็นเอนกนี้ ชื่อว่า ญาณทัศนะ”

จบ มรรคญาณที่ ๑

การเกิดผลจิต

๑๓๓๙. ตสฺเสวานนฺตรํ ตสฺสวิปากา เทฺวปิ ตีณิ วา
ผลจิตฺตานิ ชายนฺเต น ชายนฺเต ตโต ปรํ.

“ต่อจากมรรคญาณแรกนั้น ผลจิตอันเป็นวิบากของปฐมมรรค ๒ หรือ ๓ ดวง ย่อมเกิดขึ้น และไม่เกิดมากกว่านั้น”

๑๓๔๐. เกจิ เอกญฺจ เทฺว ตีณิ จตฺตารีติ วทนฺติ ตุ
น ปเนตํ คเหตพฺพํ อชานิตฺวา วทนฺติ เต.

“บางคนอ้างว่า ผลจิตเกิดได้ ๑ ดวง ๒ ดวง ๓ ดวง และ ๔ ดวง ความเห็นนั้นไม่ พึงเชื่อถือ เพราะท่านเหล่านั้นพูดด้วยความไม่รู้”

๑๓๔๑. เอกสฺสาเสวนํ นตฺถิ ตสฺมา เทฺว อนุโลมกา
เตหิ อาเสวนํ ลทฺธา ตติยํ โหติ โคตฺรภุ.
๑๓๔๒. จตุตฺถํ มคฺคจิตฺตํ ตุ ตสฺมา ตีณิ ผลานิ หิ
อนุโลมา ตโย โหนฺติ จตุตฺถํ โหติ โคตฺรภุ.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka