โอฆะและโยคะเป็นคำไวพจน์ของอาสวะเหล่านั้น [กาโมฆะ ภโวฆะ ทิฏโฐฆะ และ อวิชโชฆะ, กามโยคะ ภวโยคะ ทิฏฐิโยคะ และอวิชชาโยคะ] นิวรณ์ คือ กามฉันทะ เป็นต้น [กามฉันทนิวรณ์ พยาปาทนิวรณ์ ถีนมิทธนิวรณ์ อุทธัจจกุกกุจจนิวรณ์ และวิจิกิจฉานิวรณ์] ปรามาส เป็นคำไวพจน์ของมิจฉาทิฏฐิ”
[ฎีกาใหม่อธิบายว่า อคติ(ความลำเอียง) คือ การทำสิ่งที่ไม่ควรทำ หรือไม่ทำสิ่งที่ควรทำ ด้วยอำนาจของฉันทะเป็นต้นฉันทะเป็นต้นนั้นจึงเป็นเหตุเกิดของอคติทั้งหลาย ท่านเรียกว่าฉันทาคติ เป็นต้นโดยการณูปจาระ คือ สำนวนที่กล่าวถึงเหตุอันได้แก่ฉันทะเป็นต้นแ ต่มุ่งให้หมายถึงผลคือการ ทำสิ่งที่ไม่ควรทำ หรือไม่ทำสิ่งที่ควรทำ]
อุปาทานาติจตฺตาริอุปาทานานิกามุปาทานาทีนีติ.อ นุสยาติสตฺตอ นุสยา กาม-ราคานุสโย ปฏิฆมานทิฏฺฐิวิจิกิจฺฉาภวราคาวิชฺชานุสโยติ. มลาติตโย มลา โลโภ โทโส โมโหติ.
“อุปาทาน คือ อุปาทาน ๔ อันได้แก่ กามุปาทาน เป็นต้น [กามุปาทาน ทิฏฐุ-ปาทาน สีลัพพตุปาทาน และอัตตวาทุปาทาน] อนุสัย คืออ นุสัย๗อันได้แก่ กามราคานุสัยป ฏิฆานุสัย มานานุสัยทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉาานุสัย ภวราคานุสัย และอวิชชานุสัย มลทิน คือ มลทิน ๓ อันได้แก่ โลภะ โทสะ และโมหะ”
อกุสลกมฺมปถาติทส อกุสลกมฺมปถา. เสยฺยถิทํ. ปาณาติปาโต อทินฺนาทานํ กาเมสุ-มิจฺฉาจาโร มุสาวาโท ปิสุณวาจา ผรุสวาจา สมฺผปฺปลาโป อภิชฺฌา พฺยาปาโท มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ทส.
“อกุศลกรรมบถ คือ อกุศลกรรมบถ ๑๐ อันได้แก่ ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท และมิจฉา-ทิฏฐิ” อกุสลจิตฺตุปฺปาทาติโลภมูลานิอฏฺฐ, โทสมูลานิเทฺว, โมหมูลานิเทฺวติอิเม ทฺวา-