มรรคกิจ ๔
๑๓๗๗. ปริญฺญาทีนิ กิจฺจานิ ยานิ วุตฺตานิ สตฺถุนา
สจฺจาภิสมเย ตานิ ปวกฺขามิ อิโต ปรํ.
“แต่นี้ไปข้าพเจ้าจักกล่าวกิจคือปริญญา (การกำหนดรู้)เ ป็นต้นในขณะตรัสรู้สัจจะ อันพระศาสดาทรงแสดงไว้”
มรรคกิจเกิดในขณะเดียวกัน
๑๓๗๘. เอเกกสฺส ปเนเตสุ ญาณสฺเสกกฺขเณ สิยา
ปริญฺญา จ ปหานญฺจส จฺฉิกิริยา จ ภาวนา.
๑๓๗๙. ปริญฺญาทีนิ เอตานิ กิจฺจาเนกกฺขเณ ปน
ยถาสภาวโต ตานิ ชานิตพฺพานิ วิญฺญุนา.
“มรรคญาณแต่ละญาณในญาณเหล่านี้พึงมีกิจคือป ริญญา (การกำหนดรู้) ปหานะ (การละ) สัจฉิกิริยา (การทำให้แจ้ง) และภาวนา (การอบรม) ในขณะเดียวกัน ผู้มีปัญญา พึงทราบปริญญากิจเป็นต้นนั้นในขณะเดียวกันตามสมควรแก่สภาวะ”
๑๓๘๐. ปทีโป หิ ยถา โลเก อปุพฺพาจริมํ อิธ
จตฺตาริ ปน กิจฺจานิ กโรเตกกฺขเณ ปน.
๑๓๘๑. อาโลกญฺจ วิทํเสติ นาเสติ ติมิรมฺปิ จ
ปริยาทิยติ เตลญฺจว ฏฺฏึ ฌาเปติ เอกโต.
๑๓๘๒. เอวํ ตํ มคฺคญาณมฺปิ อปุพฺพาจริมํ ปน
จตฺตาริปิ จ กิจฺจานิ กโรเตกกฺขเณ ปน.
“อุปมาว่าประทีปในโลกย่อมทำกิจ๔อ ย่างในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลังคือใ ห้ แสงสว่าง กำจัดความมืดท ำ น้ำมันให้สิ้นไป และเผาไส้ พร้อมกันไป ฉันใด แม้มรรคญาณ ก็กระทำกิจ๔อ ย่างในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลัง ฉันนั้น”