Abhidhammāvatāra

คัมภีร์อภิธัมมาวตาร

ฉบับ พระคันธสาราภิวงศ์ แปล

<< | หน้าที่ 463 | >>

“ดวงอาทิตย์อุทัยขึ้นในโลกนี้ย่อมกระทำกิจ๔อ ย่างในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลัง คือส่องสว่างให้เห็นรูปก ำ จัดความมืดใ ห้แสงสว่าง และระงับความเย็นฉันใด [มรรคญาณ ก็ฉันนั้น]”

๑๓๘๗. ยถา จ มหตี นาวา อปุพฺพาจริมํ ปน
จตฺตาริ ปน กิจฺจานิ กโรเตกกฺขเณ ปน.
๑๓๘๘. ชหตี โอริมํ ตีรํ โสตํ ฉินฺทติ สา ปน
ตถา วหติ ภณฺฑญฺจตีรมปฺเปติ ปาริมํ.

“เรือสำเภาย่อมทำกิจ๔อ ย่างในขณะเดียวกันไม่ก่อนไม่หลังคือ ละฝั่งนี้ไป ฝ่า กระแสน้ำ ขนของ และทำให้ถึงฝั่งโน้นฉันใด [มรรคญาณก็ฉันนั้น]”

๑๓๘๙. นาวาโยริมตีรสฺส ยถา ปชหนํ ปน
ตเถว มคฺคญาณสฺสทุกฺขสฺส ปริชานนํ.
๑๓๙๐. ยถา ฉินฺทติ ตํ โสตํ ตณฺหํ ชหติ ตํ ตถา
ยถา วหติ ตํ ภณฺฑํ สหชาตาทินา ปน.
๑๓๙๑. ตเถว ปจฺจยตฺเตน มคฺคํ ภาเวติ นาม โส
ยถา ปารํ ปน เอวํ นิโรธารมฺมณํ ภเว.

“การกำหนดรู้ทุกข์ของมรรคญาณ เปรียบดั่งเรือละฝั่งนี้ไป มรรคญาณย่อมละ ตัณหาดุจเรือตัดกระแสน้ำย่อมเจริญมรรคโดยความเป็นสหชาตปัจจัยเป็นต้น เหมือนเรือ ขนของไป และมีนิโรธเป็นอารมณ์เหมือนการให้ถึงฝั่ง”

๑๓๙๒. โลกุตฺตเรน นิทฺทิฏฺฐา ยา โลกุตฺตรภาวนา
สา สงฺเขปนเยเนวํ มยา สาธุ ปกาสิตา.

“ข้าพเจ้าได้แสดงโลกุตตรภาวนาโดยนัยสังเขปอย่างนี้ ซึ่งพระศาสดาผู้ข้ามพ้นโลก ทรงแสดงไว้”

๑๓๙๓. โก หิ นาม นโร โลเก โลกุตฺตรสุขาวหํ
ภาวนํ ปน ปญฺญาย น จ ภาเวยฺย ปณฺฑิโต.
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka