พุทธานุสสติ
ระลึกถึงพระพุทธคุณ เช่น ความเป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง และผู้รู้แจ้งโลก
Ten Recollections
อนุสสติ คือ การระลึกถึงอารมณ์ที่เกื้อกูลแก่กุศลอย่างต่อเนื่อง ทำให้จิตออกจากความฟุ้งซ่าน ความเศร้าหมอง และความประมาท อารมณ์อนุสสติมี 10 ประการ ครอบคลุมการระลึกถึงพระรัตนตรัย คุณธรรม ความตาย กาย ลมหายใจ และความสงบแห่งพระนิพพาน
ระลึกถึงพระพุทธคุณ เช่น ความเป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง และผู้รู้แจ้งโลก
ระลึกถึงพระธรรมคุณว่าเป็นธรรมที่ตรัสไว้ดีแล้ว ผู้ปฏิบัติพึงเห็นเอง และให้ผลไม่จำกัดกาล
ระลึกถึงพระสังฆคุณ คือพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม และปฏิบัติสมควร
ระลึกถึงศีลของตนที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไปเพื่อสมาธิและความไม่เดือดร้อนใจ
ระลึกถึงการสละ การให้ และความยินดีในการแบ่งปันของตน เพื่อทำจิตให้ปราศจากความตระหนี่
ระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้เป็นเทวดา เช่น ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา แล้วพิจารณาคุณเหล่านั้นในตน
ระลึกถึงความตายว่าไม่แน่นอน แต่การสิ้นชีวิตเป็นสิ่งแน่นอน เพื่อให้เกิดความไม่ประมาท
ตั้งสติพิจารณากาย โดยเฉพาะอาการ 32 เพื่อเห็นกายเป็นเพียงส่วนประกอบและลดความสำคัญว่างาม
ตั้งสติรู้อยู่กับลมหายใจเข้าและลมหายใจออกตามที่ปรากฏ โดยไม่บังคับลมหายใจ
ระลึกถึงคุณของพระนิพพานซึ่งเป็นธรรมสงบ ระงับกิเลสและกองทุกข์ทั้งปวง
พุทธานุสสติ ธัมมานุสสติ และสังฆานุสสติ ทำจิตให้ผ่องใสด้วยคุณของพระรัตนตรัย
สีลานุสสติ จาคานุสสติ และเทวตานุสสติ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกุศลที่ได้อบรม
มรณานุสสติและกายคตาสติ ช่วยลดความประมาทและความยึดติดในร่างกาย
อานาปานสติทำจิตให้ตั้งมั่น ส่วนอุปสมานุสสติระลึกถึงความสงบแห่งพระนิพพาน
พุทธานุสสติถึงมรณานุสสติ และอุปสมานุสสติ ทำให้จิตสงบได้ถึงอุปจารสมาธิ เพราะอารมณ์มีคุณและลักษณะหลากหลาย
การกำหนดอาการ 32 อย่างถูกต้องสามารถทำอัปปนาสมาธิและปฐมฌานให้เกิดได้
การกำหนดลมหายใจอย่างต่อเนื่องสามารถพัฒนาจากอุปจารสมาธิไปสู่รูปฌานตามกำลังภาวนา
การเจริญอนุสสติควรรักษาความหมายของอารมณ์ให้ถูกต้องและไม่ท่องคำเพียงอย่างเดียว สำหรับกายคตาสติและอานาปานสติที่มุ่งสมาธิระดับลึก ควรศึกษากับครูกรรมฐานผู้มีความรู้