Pacittiya

ปาจิตตีย์ 92

The Ninety-Two Rules Requiring Confession

92 สิกขาบท 9 วรรค พระวินัยปิฎก

อาบัติปาจิตตีย์

ปาจิตตีย์ คืออาบัติที่ภิกษุต้องปลงอาบัติเมื่อกระทำผิดตามพระวินัย หมวดนี้มีทั้งหมด 92 สิกขาบท แบ่งเป็น 9 วรรค ครอบคลุมข้อปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การกล่าววาจา การอยู่ร่วมกัน การสั่งสอน การบริโภคอาหาร การเดินทาง ตลอดจนการเกี่ยวข้องกับของมีค่า

ปาจิตตีย์สิกขาบท 92

1

มุสาวาทวรรค

10 สิกขาบท
  1. 1
    มุสาวาทสิกขาบท
    ห้ามพูดเท็จ หรือห้ามการกล่าวเท็จ หรือห้ามพูดปด
  2. 2
    โอมสวาทสิกขาบท
    ห้ามการพูดเสียดสี หรือกล่าวเสียดสี
  3. 3
    เปสุญญสิกขาบท
    ห้ามพูดส่อเสียด หรือห้ามกล่าวส่อเสียด
  4. 4
    ปทโสธัมมสิกขาบท
    ห้ามการให้คฤหัสถ์กล่าวธรรมเป็นบทๆ
  5. 5
    สหเสยยสิกขาบท
    ห้ามนอนร่วมกันกับคฤหัสถ์ หรือ บุคคลที่ไม่ใช่ภิกษุด้วยกัน
  6. 6
    ทุติยสหเสยยสิกขาบท
    ห้ามนอนร่วมกันกับมาตุคาม หรือ สตรี
  7. 7
    ธัมมเทสนาสิกขาบท
    ห้ามแสดงธรรมกับมาตุคาม หรือ สตรีเกิน 5-6 คำ เว้นแต่มีผู้ชายที่รู้ความอยู่
  8. 8
    ภูตาโรจนสิกขาบท
    ห้ามบอกอุตตริมนุสสธรรมที่มีจริงแก่คฤหัสถ์ หรือห้ามบอกคุณธรรมวิเศษที่มีอยู่จริงแก่บุคคลที่ไม่ใช่่ภิกษุด้วยกัน
  9. 9
    ทุฏฐุลลาโรจนสิกขาบท
    ห้ามบอกอาบัติชั่วหยาบแก่คฤหัสถ์ หรือห้ามบอกอาบัติชั่วแก่บุคคลที่ไม่ใช่ภิกษุด้วยกัน
  10. 10
    ปฐวีขณนสิกขาบท
    ห้ามขุดดิน เพราะเป็นการเบียดเบียน ชีวิตสัตว์ที่อาศัยในดิน
2

ภูตคามวรรค

10 สิกขาบท
  1. 11
    ภูตคามสิกขาบท
    ห้ามพราก หรือ ห้ามถอน ห้ามเด็ด ทำลาย ภูตคาม ได้แก่ พืชพันธุ์ 5 ชนิด คือ (1) พืชพันธุ์เกิดจากเหง้า (2) พืชพันธุ์เกิดจากลำต้น (3) พืชพันธุ์เกิดจากตา (4) พืชพันธุ์เกิดจากยอด (5) พืชพันธุ์เกิดจากเมล็ด
  2. 12
    อัญญวาทกสิกขาบท
    ห้ามพูดกลบเกลื่อน หรือ ห้ามพูดเฉไฉ ห้ามพูดแถไปเรื่อย ห้ามตอบไม่ตรงคำถาม จนทำให้สงฆ์ลำบาก
  3. 13
    อุชฌาปนกสิกขาบท
    ห้ามการกล่าวให้เพ่งโทษ
  4. 14
    ปฐมเสนาสนสิกขาบท
    ห้ามไม่เก็บเสนาสนะ คือ เตียง ตั่ง ฟูก หรือไม่มอบหมายให้มีการเก็บให้เรียบร้อย
  5. 15
    ทุติยเสนาสนสิกขาบท
    ห้ามการไม่เก็บที่นอน หรือไม่มอบหมายให้มีการเก็บที่นอนเมื่อใช้สอยแล้ว
  6. 16
    อนุปขัชชสิกขาบท
    ห้ามเข้าไปแทรกแซง หรือเบียดเสียดในวิหารที่ภิกษุอื่นอยู่ก่อน
  7. 17
    นิกกัฑฒนสิกขาบท
    ห้ามฉุดกระชาก ลากออก หรือห้ามใช้กำลังฉุดลากภิกษุด้วยกันออกจากวิหาร
  8. 18
    เวหาสกุฏิสิกขาบท
    ห้ามนั่ง หรือนอนบนเตียง หรือบนตั่ง บนกุฎีชั้นลอย
  9. 19
    มหัลลกวิหารสิกขาบท
    ห้ามการสร้างวิหารใหญ่
  10. 20
    สัปปาณกสิกขาบท
    ห้ามการอุปโภค และบริโภคน้ำที่มีสิ่งมีชีวิต หรือรู้ว่ามีสัตว์อยู่ในน้ำนั้น ห้ามนำไปใช้อุปโภค บริโภค
3

โอวาทวรรค

10 สิกขาบท
  1. 21
    โอวาทสิกขาบท
    ห้ามสั่งสอนภิกษุณี เว้นแต่ได้รับการแต่งตั้งจากสงฆ์
  2. 22
    อัตถังคตสิกขาบท
    ห้ามสั่งสอนภิกษุณีในเวลาที่ดวงอาทิตย์ตกดิน แม้จะได้รับการแต่งตั้งจากสงฆ์ก็ตาม
  3. 23
    ภิกขุนูปัสสยสิกขาบท
    ห้ามไปสั่งสอนภิกษุณีถึงที่สำนัก เว้นแต่ภิกษุณีเป็นไข้ เจ็บป่วย
  4. 24
    อามิสสิกขาบท
    ห้ามสั่งสอนภิกษุณีเพราะเห็นแก่อามิส หรือห้ามสั่งสอนภิกษุณี เพราะเห็นแก่สินจ้าง สินบน สิ่งของตอบแทน
  5. 25
    จีวรทานสิกขาบท
    ห้ามถวายจีวรแก่ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ
  6. 26
    จีวรสิพพนสิกขาบท
    ว่าด้วยการเย็บจีวรให้ภิกษุณีที่ไม่ใช่ญาติ
  7. 27
    สังวิธานสิกขาบท
    ห้ามชักชวนภิกษุณีเดินทางร่วมกัน
  8. 28
    นาวาภิรูหนสิกขาบท
    ห้ามโดยสารเรือลำเดียวกันกับภิกษุณี
  9. 29
    ปริปาจิตสิกขาบท
    ห้ามฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะนำให้จัดเตรียม หรือห้ามกินอาหารบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะนำให้จัดเตรียม
  10. 30
    รโหนิสัชชสิกขาบท
    ห้ามนั่งในที่ลับกับภิกษุณี
4

โภชนวรรค

10 สิกขาบท
  1. 31
    อาวสถปิณฑสิกขาบท
    ห้ามการฉันภัตตาหารในที่พักแรมเป็นประจำ
  2. 32
    คณโภชนสิกขาบท
    ห้ามการฉันคณโภชนะ คึอ การฉันคณโภชนะ มีได้ 2 กรณี (1) ทายกนิมนต์ไปฉันโดยออกชื่อโภชนะ 5 และพระตั้งแต่ 4 รูปขึ้นไป รับนิมนต์ไปฉันด้วยกัน (2) ภิกษุออกปากขอภัตตาหารมาฉัน
  3. 33
    ปรัมปรโภชนสิกขาบท
    ห้ามภิกษุรับนิมนต์ฉันภัตตาหารของทายกรายหนึ่งแล้ว ไปฉันภัตตาหารของทายกรายอื่นก่อนแล้วกลับมาฉันรายแรกภายหลัง โดยมิได้ยกนิมนต์รายแรกให้ภิกษุรูปอื่น
  4. 34
    กาณมาตุสิกขาบท
    ห้ามมารดาของนางกาณา ถวายทานแก่พระภิกษุผู้รับโดยไม่รู้ประมาณ
  5. 35
    ปฐมปวารณาสิกขาบท
    ห้ามบอกห้ามภัตตาหารและฉันภัตตาหารที่เป็นเดน) ที่ชื่อว่า บอกห้ามภัตตาหาร คือ (1) ภิกษุกำลังฉัน (2) ทายกนำโภชนะมา ถวาย (3) ทายกอยู่ในหัตถบาสน้อมถวาย (4) ภิกษุบอกห้าม และ ที่ชื่อว่า ที่เป็นเดน คือ (1) ของที่ภิกษุทำให้เป็นกัปปิยะแล้ว (2) ของที่ภิกษุ รับประเคนแล้ว (3) ของที่ภิกษุยกขึ้นส่งให้แล้ว (4) ของที่อยู่ในหัตถบาส (5) ของ ที่ภิกษุฉันแล้ว (6) ของที่ภิกษุฉันแล้วบอกห้าม แต่ยังไม่ลุกจากอาสนะ (7) ของที่ ภิกษุกล่าวว่า “ทั้งหมดนั่นพอแล้ว” (8) ของเป็นเดนภิกษุเป็นไข้ นี้ชื่อว่าที่เป็นเดน
  6. 36
    ทุติยปวารณาสิกขาบท
    ห้ามบอกห้ามภัตตาหารและให้ภัตตาหารที่ไม่เป็นเดน) ที่ชื่อว่า บอกห้ามภัตตาหาร คือ (1) ภิกษุกำลังฉัน (2) ทายกนำโภชนะมา ถวาย (3) ทายกอยู่ในหัตถบาสน้อมถวาย (4) ภิกษุบอกห้าม และ ที่ชื่อว่า ที่ไม่เป็นเดน คือ (1) ของที่ยังมิได้ทำให้เป็นกัปปิยะ (2) ของที่ภิกษุ ยังมิได้รับประเคน (3) ของที่ภิกษุยังมิได้ยกขึ้นส่งให้ (4) ของที่อยู่นอกหัตถบาส (5) ของที่ภิกษุยังมิได้ลงมือฉัน (6) ของที่ภิกษุลงมือฉันแล้วบอกห้าม ลุกจาก อาสนะแล้ว (7) ของที่ภิกษุยังมิได้กล่าวว่า “ทั้งหมดนั่นพอแล้ว” (8) ของไม่เป็น เดนภิกษุเป็นไข้ นี้ชื่อว่าที่ไม่เป็นเดน
  7. 37
    วิกาลโภชนสิกขาบท
    ห้ามฉันโภชนะในเวลาวิกาล คือ ช่วงเวลาหลังเที่ยงวันไปจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่
  8. 38
    สันนิธิการกสิกขาบท
    ห้ามสะสมโภชนะ
  9. 39
    ปณีตโภชนสิกขาบท
    ห้ามออกปากขอโภชนะอันประณีต
  10. 40
    ทันตโปนสิกขาบท
    ห้ามกลืนอาหารที่ยังไม่ได้รับประเคน นอกจากน้ำและไม้ชำระฟัน
5

อเจลกวรรค

10 สิกขาบท
  1. 41
    อเจลกสิกขาบท
    ห้ามให้ของด้วยตนเองแก่นักบวชเปลือย หรือ เดียรถีย์ คือผู้ถือลัทธินอกพระพุทธศาสนา เป็นนักบวชผู้ถือลัทธิอื่น
  2. 42
    อุยโยชนสิกขาบท
    ห้ามชวนภิกษุอื่นบิณฑบาตด้วยกัน แล้วนิมนต์ให้กลับโดยไม่มีเหตุอันควร
  3. 43
    สโภชนสิกขาบท
    ห้ามเข้าไปในห้องนอนที่มีสตรีและบุรุษอยู่กัน 2 คน
  4. 44
    รโหปฏิจฉันนสิกขาบท
    ห้ามนั่งอาสนะที่มีสิ่งกำบัง เช่น ฝา บานประตู เสื่อลำแพน ม่าน ต้นไม้ เสา ในที่ลับหูลับตากับสตรี
  5. 45
    รโหนิสัชชสิกขาบท
    ห้ามนั่งในที่ลับหูลับตากับสตรีเพียงลำพัง
  6. 46
    จาริตตสิกขาบท
    ห้ามรับนิมนต์ไว้แล้ว มีภัตตาหารอยู่แล้ว ยังเที่ยวสัญจรไปที่อื่นก่อนหรือหลังเวลาฉันภัตตาหาร
  7. 47
    มหานามสิกขาบท
    ห้ามออกปากขอยาที่ไม่มีผู้ปวารณา
  8. 48
    อุยยุตตเสนาสิกขาบท
    ห้ามไปดูกองทัพที่เคลื่อนขบวนออกรบ
  9. 49
    เสนาวาสสิกขาบท
    ห้ามพักแรมอยู่ในกองทัพ
  10. 50
    อุยโยธิกสิกขาบท
    ห้ามไปดูสนามรบ
6

สุราปานวรรค

10 สิกขาบท
  1. 51
    สุราปานสิกขาบท
    ห้ามดื่มสุราและเมรัย
  2. 52
    อังคุลิปโตทกสิกขาบท
    ห้ามใช้นิ้วมือจี้กันและกันให้หัวเราะ
  3. 53
    หัสสธัมมสิกขาบท
    ห้ามการเล่นนํ้า
  4. 54
    อนาทริยสิกขาบท
    ห้ามแสดงอาการไม่เอื้อเฟื้อต่อคำตักเตือน คือ แสดงความไม่เคารพต่อบุคคลผู้ตักเตือน หรือไม่เคารพต่อพระธรรม
  5. 55
    ภิงสาปนสิกขาบท
    ห้ามการทำให้ตกใจ
  6. 56
    โชติกสิกขาบท
    ห้ามก่อไฟผิง
  7. 57
    นหานสิกขาบท
    ห้ามการสรงน้ำนอกสมัย
  8. 58
    ทุพพัณณกรณสิกขาบท
    ห้ามใส่จีวรใหม่ที่ยังมิได้ทำให้เสียสี
  9. 59
    วิกัปปนสิกขาบท
    ห้ามวิกัปปจีวรด้วยตนเอง หรือใช้สอยจีวรที่ยังไม่ได้ปัจจุทธรณ์
  10. 60
    จีวรอปนิธานสิกขาบท
    ห้ามซ่อนจีวรภิกษุอื่น
7

สัปปาณกวรรค

10 สิกขาบท
  1. 61
    สัญจิจจสิกขาบท
    ห้ามความจงใจปลงชีวิตสัตว์ดิรัจฉาน
  2. 62
    สัปปาณกสิกขาบท
    ห้ามการบริโภคน้ำที่มีสัตว์มีชีวิต
  3. 63
    อุกโกฏนสิกขาบท
    ห้ามรื้อฟื้นอธิกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใหม่
  4. 64
    ทุฏฐุลลสิกขาบท
    ห้ามปกปิดอาบัติชั่วหยาบ
  5. 65
    อูนวีสติวัสสสิกขาบท
    ห้ามอุปสมบทให้บุคคลมีอายุต่ำกว่า 20 ปี
  6. 66
    เถยยสัตถสิกขาบท
    ห้ามเดินทางไกลร่วมกับพ่อค้าเกวียนผู้เป็นโจร
  7. 67
    สังวิธานสิกขาบท
    ห้ามชักชวนเดินทางไกลร่วมกับมาตุคาม
  8. 68
    อริฏฐสิกขาบท
    ห้ามภิกษุกล่าวตู่พระผู้มีพระภาค
  9. 69
    อุกขิตตสัมโภคสิกขาบท
    ห้ามคบหาภิกษุที่ถูกสงฆ์ลงอุกเขปนียกรรม
  10. 70
    กัณฏกสิกขาบท
    ห้ามภิกษุคบหากับสามเณรผู้กล่าวตู่พระผู้มีพระภาค
8

สหธรรมิกวรรค

12 สิกขาบท
  1. 71
    สหธรรมิกสิกขาบท
    ห้ามพูดก้าวร้าว แสดงความไม่เชื่อฟัง หากภิกษุว่าด้วยการกล่าวตักเตือนผู้ร่วมประพฤติธรรมโดยชอบธรรม
  2. 72
    วิเลขนสิกขาบท
    ห้ามพูดถึงความยุ่งยากแห่งสิกขาบท หรือห้ามดูหมิ่นสิกขาบท
  3. 73
    โมหนสิกขาบท
    ห้ามทำให้ผู้อื่นหลง
  4. 74
    ปหารสิกขาบท
    ห้ามทำร้ายร่างกายภิกษุอื่น
  5. 75
    ตลสัตติกสิกขาบท
    ห้ามเงื้อฝ่ามือขึ้นทำทีว่าจะทำร้าย
  6. 76
    อมูลกสิกขาบท
    ห้ามใส่ความด้วยอาบัติสังฆาทิเสสที่ไม่มีมูล
  7. 77
    สัญจิจจสิกขาบท
    ห้ามจงใจก่อความรำคาญแก่ภิกษุอื่น
  8. 78
    อุปัสสุติสิกขาบท
    ห้ามแอบฟังภิกษุทะเลาะกัน
  9. 79
    กัมมปฏิพาหนสิกขาบท
    ห้ามคัดค้านกรรมที่ถูกต้อง
  10. 80
    ฉันทอทัตวาคมนสิกขาบท
    ห้ามลุกจากอาสนะก่อนการให้ฉันทะ
  11. 81
    ทัพพสิกขาบท
    ห้ามถวายจีวรแก่พระทัพพมัลลบุตร หรือ ให้จีวรไปแล้วกลับ ติเตียนในภายหลังว่าลำเอียงเพราะความคุ้นเคย
  12. 82
    ปริณามนสิกขาบท
    ห้ามน้อมลาภที่เป็นของสงฆ์ไปเพื่อบุคคล หรือจำเพาะเจาะจงว่าให้ถวายแก่ตน แก่สงฆ์กลุ่มนี้,แก่ส่งฆ์กลุ่มนั้น
9

รตนวรรค

10 สิกขาบท
  1. 83
    อันเตปุรสิกขาบท
    ห้ามเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน
  2. 84
    รตนสิกขาบท
    ห้ามเก็บรัตนะที่เจ้าของลืมไว้ หรือ แก้ว แหวน เงิน ทอง ของมีค่าทุกอย่าง
  3. 85
    วิกาลคามปเวสนสิกขาบท
    ห้ามเข้าหมู่บ้านหลังเที่ยงวันล่วงไปแล้วจนถึงอรุณขึ้น
  4. 86
    สูจิฆรสิกขาบท
    ห้ามทำกล่องเข็มด้วยกระดูกเป็นต้น
  5. 87
    มัญจปีฐสิกขาบท
    ห้ามทำเตียงและตั่ง หรือการทำเตียงและตั่งสูงใหญ่เกินประมาณ
  6. 88
    ตูโลนัทธสิกขาบท
    ห้ามทำเตียงตั่งหุ้มนุ่น
  7. 89
    นิสีทนสิกขาบท
    ห้ามทำผ้ารองนั่งขนาดใหญ่เกินประมาณ
  8. 90
    กัณฑุปฏิจฉาทิสิกขาบท
    ห้ามทำผ้าปิดฝีใหญ่เกินประมาณ
  9. 91
    วัสสิกสาฏิกาสิกขาบท
    ห้ามทำผ้าอาบนํ้าฝนไม่ได้ขนาด หรือเกินประมาณ
  10. 92
    นันทสิกขาบท
    ห้ามทำ หรือสวมจีวรใหญ่เกินประมาณ

หมวดหมู่สิกขาบท 8 กลุ่ม

สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka