๑๐. นานาติตถิยสูตร
[๓๑๓] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเวฬุวัน อัน
เป็นที่ให้เหยื่อแก่กระแต กรุงราชคฤห์ ณ กาลครั้งหนึ่ง เมื่อล่วงปฐมยาม
พวกเทพบุตรผู้เป็นสาวกเดียรถีย์ต่าง ๆ เป็นอันมาก คือ อสมเทพบุตร
สหลีเทพบุตร นิกเทพบุตร อาโกฏกเทพบุตร เวฏัมพรีเทพบุตร มาณวคามิย-
เทพบุตร มีวรรณะงามยิ่ง ทำพระวิหารเวฬุวันให้สว่างทั่วแล้ว เข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ ครั้นแล้วจึงอภิวาท แล้วยืนอยู่ ณ ที่ควร
ส่วนข้างหนึ่ง.
[๓๑๔] อสมเทพบุตร ครั้นยืนอยู่ ณ ส่วนที่ควรข้างหนึ่งแล้ว ได้
กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า ปรารภถึงท่านปูรณะกัสสปว่า
ครูปูรณะกัสสป เพียงแต่มองไม่เห็น
บาปหรือบุญของตน เพราะเหตุทสัตว์ถูก
ฟัน ถูกฆ่า ถูกโบย เสื่อมเสีย ในโลกนี้
เท่านั้น ท่านบอกให้วางใจเสีย ท่านย่อม
ควรที่จะได้รับยกย่องว่าเป็นศาสดา.
[๓๑๕] สหลีเทพบุตร ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า
ปรารภถึงท่านมักขลิโคศาล ต่อไปว่า
ครูมักขลิโคศาล สำรวมตนดีแล้ว
เพราะรังเกียจบาปด้วยตบะ ละวาจาที่ก่อ
ให้เกิดความทะเลาะกับคนเสีย เป็นผู้