| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 13 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระอานนท์ |
| ผู้ฟัง | ปริพาชกชื่อสันทกะ |
| สถานที่ | โฆสิตาราม กรุงโกสัมพี |
| Link | สันทกสูตร |
สันทกสูตร เป็นส่วนหนึ่งของมัชฌิมนิกาย ในพระไตรปิฎก เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระอานนท์พร้อมด้วยหมู่ภิกษุได้เดินทางไปพบสันทกปริพาชกพร้อมด้วยบริษัทยืนนั่งสนทนากันด้วยถ้อยคำอันเป็นเดรัจฉานกถา ท่านพระอานนท์จึงได้เข้าไปแสดงธรรมแก่สันทกปริพาชกเกี่ยวกับพรหมจรรย์ที่ไม่ควรประพฤติและที่ควรประพฤติ
พระอานนท์ได้อธิบายถึงลัทธิที่ไม่เป็นโอกาสที่จะอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ๔ ประการ ซึ่งเป็นความเห็นที่ทำให้วิญญูชนไม่พึงอยู่ประพฤติพรหมจรรย์เลย และถึงแม้จะประพฤติ ก็ไม่สามารถยังกุศลธรรมอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ให้สำเร็จได้ ซึ่งประกอบด้วยความเชื่อแบบอุจเฉททิฏฐิ (ตายแล้วสูญ), อกิริยทิฏฐิ (ไม่เชื่อเรื่องกรรม), อเหตุกทิฏฐิ (ไม่เชื่อในเหตุปัจจัย), และนัตถิกทิฏฐิ (ไม่เชื่อในการมีอยู่ของสิ่งต่างๆ หรือผลของกรรม)
นอกจากนี้ พระอานนท์ยังได้กล่าวถึงพรหมจรรย์อันเว้นจากความยินดี ๔ ประการ ที่วิญญูชนไม่พึงอยู่ประพฤติ ได้แก่ ศาสดาที่เป็นคนเขลางมงาย, ศาสดาที่วินิจฉัยด้วยปัญญาอันคิดเอาเอง, ศาสดาที่เชื่อตามการฟังตามกัน, และศาสดาที่สอนการปฏิเสธผลของกรรม หรือการชำระตนให้บริสุทธิ์ด้วยการบำเพ็ญตบะ หรือจากความรู้เห็นทุกสิ่ง
สุดท้าย พระอานนท์ได้แสดงพรหมจรรย์ที่วิญญูชนพึงอยู่ประพฤติ และเมื่อประพฤติแล้ว ย่อมยังกุศลธรรมอันเป็นเครื่องออกจากทุกข์ให้สำเร็จได้ นั่นคือ การปฏิบัติในพระธรรมวินัยที่นำไปสู่การบรรลุฌาน ๔ และวิชชา ๓ คือ วิชชาเป็นเครื่องรู้บุพเพนิวาสานุสสติ (ระลึกชาติได้), จุตูปปาตญาณ (รู้การเกิดดับของสัตว์), และอาสวักขยญาณ (รู้การสิ้นอาสวะ) เมื่อพระอานนท์แสดงธรรมจบ สันทกปริพาชกก็เกิดความเลื่อมใส และได้ส่งบริวาร ๕๐๐ คนไปปฏิบัติธรรมยังสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ชีวกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พหุเวทนิยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พรหมายุสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เสลสูตร ๓ | พระพุทธเจ้า |
| จูฬราหุโลวาทสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พาหิติกสูตร | พระอานนท์ |
| จาตุมสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โคลิสสานิสูตร | พระสารีบุตร |
| จูฬวัจฉโคตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เสขปฏิปทาสูตร | พระอานนท์ |