| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 13 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | วาเสฏฐมาณพ |
| สถานที่ | ราวป่าอิจฉานังคละ |
| Link | วาเสฏฐสูตร |
วาเสฏฐสูตร (Vasettha Sutta) ซึ่งปรากฏอยู่ในมัชฌิมนิกาย เล่มที่ ๑๓ ของพระสุตตันตปิฎก (และมีเนื้อหาคล้ายกันในสุตตนิบาต) เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อคลี่คลายข้อถกเถียงสำคัญเกี่ยวกับคุณสมบัติที่แท้จริงของผู้เป็นพราหมณ์.
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นที่ราวป่าอิจฉานังคละ ใกล้หมู่บ้านอิจฉานังคละ ที่ซึ่งพราหมณ์มหาศาลผู้มีชื่อเสียงหลายท่านอาศัยอยู่ ในบรรดาพราหมณ์เหล่านั้น มีมานพหนุ่มสองคนชื่อ วาเสฏฐะและภารทวาชะ ทั้งสองกำลังเดินเล่นพักผ่อนและเกิดข้อโต้แย้งกันขึ้นเกี่ยวกับคำถามที่ว่า "บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้อย่างไร"
ภารทวาชมาณพมีความเห็นว่า บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้ด้วยชาติกำเนิด กล่าวคือ ต้องเป็นผู้เกิดมาดีทั้งฝ่ายมารดาและบิดา มีตระกูลบริสุทธิ์ตลอดเจ็ดชั่วบรรพบุรุษ ไม่มีใครสามารถตำหนิติเตียนเรื่องชาติกำเนิดได้ ในทางตรงกันข้าม วาเสฏฐมาณพเชื่อว่า บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้ด้วยศีลและวัตรปฏิบัติที่ดีงาม เมื่อทั้งสองไม่สามารถโน้มน้าวใจกันและกันได้ จึงตกลงกันว่าจะไปเข้าเฝ้าพระสมณโคดม (พระพุทธเจ้า) ซึ่งมีพระกิตติศัพท์อันไพเราะขจรไปทั่ว ว่าทรงเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เพื่อทูลถามปัญหาดังกล่าวและรับฟังคำวินิจฉัยจากพระองค์
เมื่อวาเสฏฐะและภารทวาชะได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและทูลถามปัญหา พระพุทธองค์ได้ทรงอธิบายอย่างชัดเจนว่า การเป็นพราหมณ์นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชาติกำเนิด ตระกูล หรือสีผิว ดังเช่นที่ภารทวาชะเข้าใจ พระองค์ทรงยกตัวอย่างความแตกต่างของพืชพรรณและสัตว์ต่างๆ ที่มีความแตกต่างกันทางกายภาพอันเนื่องมาจากชาติกำเนิด แต่ในหมู่มนุษย์นั้นไม่มีความแตกต่างทางกายภาพที่บ่งบอกถึงชาติกำเนิดที่แท้จริง พระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำว่า มนุษย์ถูกจำแนกด้วยการประกอบอาชีพ เช่น ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า ทหาร หรือแม้แต่ผู้ปกครอง แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ใครเป็นพราหมณ์ที่แท้จริง
พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า บุคคลจะเป็นพราหมณ์ได้ด้วยกรรม (การกระทำ) พราหมณ์ที่แท้จริงคือผู้ที่ละทิ้งกิเลสทั้งปวง ปราศจากความผูกพัน ความโกรธ และความทะยานอยาก เป็นผู้บริสุทธิ์ หลุดพ้นจากเครื่องผูกทั้งปวง ผู้ที่ตัดวัฏสงสาร บรรลุการทำลายทุกข์ทั้งปวง และเป็นผู้ไม่ยึดมั่นถือมั่นสิ่งใดเลย นั่นแหละคือพราหมณ์ที่แท้จริง เปรียบเหมือนดุมล้อเกวียนที่ตรึงอยู่ด้วยสลักเพลาฉันใด สัตว์ทั้งหลายก็ถูกกรรมผูกพันไว้ฉันนั้น การเป็นพราหมณ์สูงสุดนั้นอยู่ในผู้ที่ประกอบด้วยวิชชา ๓ สงบระงับ และมีภพชาติสิ้นไปแล้ว
เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนา วาเสฏฐะและภารทวาชะก็เกิดความเลื่อมใสยิ่ง จึงได้ประกาศตนขอถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะตลอดชีวิต
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ชีวกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พหุเวทนิยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พรหมายุสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เสลสูตร ๓ | พระพุทธเจ้า |
| ธัมมเจติยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทีฆนขสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อัฏฐกนาครสูตร | พระอานนท์ |
| รัฏฐปาลสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สังคารวสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กุกกุรวติกสูตร | พระพุทธเจ้า |