Kukkuravatikasutta

กุกกุรวติกสูตร

The Ascetic Who Behaved Like a Dog

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 13
นิกายมัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังนายปุณณะ โกลิยบุตร
สถานที่แคว้นโกลิยะ
อ่านพระสูตรกุกกุรวติกสูตร →

สรุปเนื้อหา กุกกุรวติกสูตร

กุกกุรวติกสูตร (มัชฌิมนิกายที่ ๕๗) เป็นพระสูตรที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดง ณ นิคมชื่อหัลลิททวสนะ แคว้นโกลิยะ ว่าด้วยเรื่องของบุรุษสองคน คือ ปุณณะ โกลิยบุตร ผู้ประพฤติโควัตร และเสนิยะ ชีเปลือย ผู้ประพฤติกุกกุรวัตร (ประพฤติเลียนแบบสุนัข) ซึ่งทั้งสองได้เข้าเฝ้าพระพุทธองค์.

ปุณณะได้ทูลถามพระพุทธองค์ถึงคติและภพหน้าของเสนิยะ ผู้ประพฤติกุกกุรวัตรมาเป็นเวลานานว่าจะเป็นเช่นไร พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงห้ามปุณณะถึงสามครั้งไม่ให้ถามเรื่องนี้ แต่เมื่อปุณณะยังคงยืนกรานถาม พระพุทธองค์จึงตรัสตอบว่า บุคคลผู้บำเพ็ญกุกกุรวัตร บำเพ็ญปกติของสุนัข บำเพ็ญจิตแบบสุนัข และบำเพ็ญกิริยาอาการแบบสุนัขอย่างสมบูรณ์ ไม่ขาดสาย เมื่อตายไปแล้ว ย่อมไปเกิดในหมู่สุนัข. แต่ถ้าเขามีความเห็นผิดว่าด้วยวัตรปฏิบัตินั้นจะทำให้ได้เกิดเป็นเทพ ความเห็นนั้นจัดเป็นมิจฉาทิฏฐิ และคติของผู้มีมิจฉาทิฏฐิมีสองอย่างคือ นรกหรือกำเนิดสัตว์เดรัจฉาน.

เมื่อได้ฟังดังนั้น เสนิยะก็ร้องไห้น้ำตานองหน้า เพราะตระหนักถึงผลของวัตรปฏิบัติที่ทำมานาน. ปุณณะจึงทูลถามถึงคติของตนเองผู้ประพฤติโควัตร พระพุทธองค์ก็ทรงแสดงธรรมในทำนองเดียวกัน.

จากนั้น พระพุทธองค์ทรงจำแนกกรรมออกเป็น ๔ ประเภท ได้แก่

  1. กรรมดำมีวิบากดำ (อกุศลกรรมที่นำไปสู่อบายภูมิ).
  2. กรรมขาวมีวิบากขาว (กุศลกรรมที่นำไปสู่สุคติภูมิ).
  3. กรรมทั้งดำและขาวมีวิบากทั้งดำและขาว (กรรมผสมที่ให้ผลทั้งสุขและทุกข์ เช่น การเกิดเป็นมนุษย์หรือบางพวกในเทพ).
  4. กรรมทั้งไม่ดำและไม่ขาวมีวิบากทั้งไม่ดำไม่ขาว เป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม (คือเจตนาในมรรคมีองค์ ๘ ที่นำไปสู่การละกรรมทั้งปวง).

หลังจากได้ฟังพระธรรมเทศนานี้ เสนิยะชีเปลือยก็เกิดศรัทธา ขอบรรพชาอุปสมบทและในที่สุดก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์. ส่วนปุณณะ โกลิยบุตร ก็แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต.

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-17
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka