หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฎก

จูฬสุญญตสูตร

พระไตรปิฎก เล่มที่ 14
นิกาย มัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรม พระพุทธเจ้า
ผู้ฟัง พระอานนท์
สถานที่ เขตกรุงสาวัตถี
Link จูฬสุญญตสูตร
ธรรมจักร

สรุปเนื้อหา จูฬสุญญตสูตร โดยย่อ

จูฬสุญญตสูตร (พระสูตรว่าด้วยความว่างเปล่า สูตรเล็ก) เป็นพระสูตรสำคัญในมัชฌิมนิกาย พระสุตตันตปิฎก ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่พระอานนท์ ณ บุพพาราม เมืองสาวัตถี เมื่อพระอานนท์ทูลถามถึงการที่พระพุทธองค์ทรงอยู่ด้วย "สุญญตาวิหารธรรม" โดยมาก พระพุทธองค์ทรงยืนยันว่าสิ่งที่พระอานนท์ได้สดับมานั้นถูกต้อง และได้ทรงอธิบายถึงการเข้าถึงสุญญตาที่บริสุทธิ์และยอดเยี่ยมอย่างละเอียดเป็นลำดับ

พระพุทธเจ้าทรงเริ่มอธิบายโดยเปรียบเทียบว่า ปราสาทของมิคารมารดาว่างจากช้าง โค ม้า ทอง เงิน และการชุมนุมของชายหญิง แต่ไม่ว่างจากภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติธรรมอยู่ ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้น ย่อมไม่ใส่ใจสัญญาว่า "บ้าน" และ "มนุษย์" แต่ใส่ใจสิ่งเดียวคือ "สัญญาว่าป่า" จิตของเธอก็จะแล่นไป เลื่อมใส ตั้งมั่น และน้อมไปในสัญญาว่าป่า และรู้ชัดว่าในสัญญาว่าป่านั้นว่างจากความกระวนกระวายอันเกิดจากสัญญาว่าบ้านและมนุษย์ มีอยู่เพียงความกระวนกระวายอันเกิดจากสัญญาว่าป่าเท่านั้น การกระทำเช่นนี้เป็นการพิจารณาเห็นความว่างด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในสัญญานั้น และรู้ชัดสิ่งที่เหลืออยู่ว่าเป็นของมีอยู่จริง เป็นการก้าวเข้าสู่สุญญตาตามความเป็นจริง ไม่คลาดเคลื่อน บริสุทธิ์

จากนั้นพระองค์ทรงชี้แนะให้ก้าวเข้าสู่ความว่างที่ละเอียดขึ้นตามลำดับ โดยการละทิ้งสัญญาที่หยาบกว่าและมุ่งไปสู่สัญญาที่ละเอียดกว่า ได้แก่
1. การละสัญญาว่าป่า มาใส่ใจแต่ "สัญญาว่าแผ่นดิน" (ปฐวีสัญญา)
2. การละสัญญาว่าแผ่นดิน มาใส่ใจแต่ "อากาสานัญจายตนสัญญา" (ความสำคัญในอากาสานัญจายตนะ คืออากาศอันหาที่สุดมิได้)
3. การละอากาสานัญจายตนสัญญา มาใส่ใจแต่ "วิญญาณัญจายตนสัญญา" (ความสำคัญในวิญญาณอันหาที่สุดมิได้)
4. การละวิญญาณัญจายตนสัญญา มาใส่ใจแต่ "อากิญจัญญายตนสัญญา" (ความสำคัญในภาวะที่ไม่มีอะไรเหลืออยู่)
5. การละอากิญจัญญายตนสัญญา มาใส่ใจแต่ "เนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา" (ความสำคัญในภาวะที่มีสัญญาก็ไม่ใช่ ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่)
6. การละเนวสัญญานาสัญญายตนสัญญา มาใส่ใจแต่ "เจโตสมาธิอันไม่มีนิมิต"

เมื่อเข้าถึงเจโตสมาธิอันไม่มีนิมิตแล้ว ภิกษุพึงพิจารณาว่าแม้เจโตสมาธินี้ก็เป็นของปัจจัยปรุงแต่ง เป็นของไม่เที่ยง มีความดับไปเป็นธรรมดา และเข้าใจว่าความกระวนกระวายทั้งหลายอันเกิดจากกามาสวะ ภวาสวะ และอวิชชาสวะนั้นไม่มีอยู่ มีอยู่แต่เพียงความกระวนกระวายคือการเกิดขึ้นของอายตนะ ๖ ที่อาศัยกายนี้เพราะชีวิตเป็นปัจจัย เมื่อพิจารณาเห็นความว่างนั้นด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในเจโตสมาธินั้น และรู้ชัดสิ่งที่เหลืออยู่ในเจโตสมาธินั้นว่ามีอยู่จริง นี่แหละคือการก้าวลงสู่สุญญตาตามความเป็นจริง ไม่คลาดเคลื่อนและบริสุทธิ์

พระพุทธเจ้าทรงสรุปว่า สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต ที่จะเข้าถึงสุญญตสมาบัติอันบริสุทธิ์ยอดเยี่ยม ล้วนเข้าถึงด้วยวิธีการนี้ทั้งสิ้น และทรงกำชับพระอานนท์ (และพุทธบริษัททั้งปวง) ให้ศึกษาและปฏิบัติเพื่อเข้าถึงสุญญตานี้ สุญญตาในพระสูตรนี้จึงเป็นการปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาเพื่อเห็นความว่างจากตัวตนและความยึดมั่นถือมั่น จนจิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-02




พระสูตรสำคัญในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14
พระสูตร ผู้แสดงธรรม
อานาปานัสสติสูตรพระพุทธเจ้า
กายคตาสติสูตรพระพุทธเจ้า
สฬายตนวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
ธาตุวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
ทักขิณาวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
อินทริยภาวนาสูตรพระพุทธเจ้า
มหากัจจานภัทเทกรัตตสูตรพระมหากัจจานะ
อิสิคิลิสูตรพระพุทธเจ้า
มหาจัตตารีสกสูตรพระพุทธเจ้า
สามคามสูตรพระพุทธเจ้า

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม

Copyright © 2026 Buddhaparisa.org