| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 14 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | พระเชตวัน กรุงสาวัตถี |
| Link | ภัทเทกรัตตสูตร |
ภัทเทกรัตตสูตร (มัชฌิมนิกาย ๑๓๑) เป็นหนึ่งในพระสูตรสำคัญที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้กรุงสาวัตถี แก่เหล่าภิกษุ โดยมีเนื้อหาหลักเกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อการมี "ราตรีเดียวเจริญ" หรือการใช้ชีวิตอย่างผู้มีวันคืนอันเป็นมงคล ซึ่งหมายถึงการเจริญภาวนาอย่างต่อเนื่องด้วยสติในปัจจุบันขณะ
พระพุทธองค์ทรงเริ่มต้นด้วยการแสดงคาถาอันเป็นหัวใจของพระสูตรว่า "บุคคลไม่ควรคำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ไม่ควรหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง สิ่งใดล่วงไปแล้ว สิ่งนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว และสิ่งใดที่ยังไม่มาถึง สิ่งนั้นก็เป็นอันยังไม่มาถึง ก็บุคคลใดเห็นแจ้งธรรมที่เป็นปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้นๆ บุคคลนั้นควรเจริญธรรมนั้นให้แจ่มแจ้ง บุคคลควรทำความเพียรตั้งแต่วันนี้ทีเดียว ใครเล่าจะรู้ว่าความตายจักมีในวันพรุ่งนี้ เพราะว่าความผัดเพี้ยนกับมัจจุราชผู้มีเสนามากนั้น ย่อมไม่มีแก่เราทั้งหลาย พระมุนีผู้สงบเรียกบุคคลผู้มีความเพียร ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งมีปกติอยู่อย่างนี้นั้นแลว่า ‘ผู้มีราตรีเดียวเจริญ’"
การไม่คำนึงถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว หมายถึงการไม่รำพึงถึงความเพลิดเพลินในอดีตเกี่ยวกับขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ว่าเคยมีอย่างนั้นอย่างนี้ในอดีตด้วยตัณหาและทิฏฐิ ซึ่งสิ่งที่ล่วงไปแล้วนั้นก็เป็นอันละไปแล้ว ดับแล้ว ถึงความตั้งอยู่ไม่ได้แล้ว ในทำนองเดียวกัน การไม่มุ่งหวังสิ่งที่ยังไม่มาถึง หมายถึงการไม่ปรารถนาขันธ์ ๕ ในอนาคตว่าจะพึงมีอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะสิ่งเหล่านั้นยังไม่มาถึง ยังไม่เกิด ยังไม่บังเกิด
ส่วนการเห็นแจ้งธรรมปัจจุบันโดยไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนนั้น พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว จะไม่เห็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นอัตตา ไม่เห็นอัตตาว่ามีสิ่งเหล่านั้น ไม่เห็นสิ่งเหล่านั้นในอัตตา หรือไม่เห็นอัตตาในสิ่งเหล่านั้น ซึ่งแตกต่างจากปุถุชนผู้ไม่ได้รับการศึกษาอบรม ย่อมยึดมั่นในขันธ์ ๕ เหล่านี้โดยความเป็นตัวตน การปฏิบัติเช่นนี้คือการเจริญวิปัสสนา เห็นแจ้งตามความเป็นจริงของธรรมในปัจจุบันขณะ ไม่หวั่นไหวไปกับกิเลสทั้งปวง
พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเพียรอย่างไม่ย่อหย่อนในปัจจุบัน โดยกล่าวว่าความตายนั้นไม่เลือกกาลเวลา ดังนั้นจึงไม่ควรผัดวันประกันพรุ่งในการทำความดีหรือปฏิบัติธรรม ผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติเช่นนี้ ไม่ประมาทในการดำเนินชีวิต มีสติอยู่กับปัจจุบันอย่างต่อเนื่องทั้งกลางวันและกลางคืน พระมุนีผู้สงบจะเรียกว่า "ผู้มีราตรีเดียวเจริญ" ซึ่งเป็นการใช้เวลาแต่ละวันคืนให้เกิดประโยชน์สูงสุด อันนำไปสู่ความสงบสุขทางจิตใจและเป็นเส้นทางสู่การหลุดพ้น
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| อานาปานัสสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กายคตาสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สฬายตนวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ธาตุวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทักขิณาวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อินทริยภาวนาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ภูมิชสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สุนักขัตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ฉวิโสธนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ฉันโนวาทสูตร | พระสารีบุตร |