| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 14 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระมหากัจจานะ |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | พระเชตวัน กรุงสาวัตถี |
| Link | อุทเทสวิภังคสูตร |
อุทเทสวิภังคสูตร (Uṭṭhesavibhaṅga Sutta) ซึ่งเป็นพระสูตรลำดับที่ 138 ในมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงหลักธรรมโดยย่อแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ในกรุงสาวัตถี หลักการสำคัญคือ ภิกษุพึงพิจารณาโดยประการที่เมื่อพิจารณาอยู่ วิญญาณจะไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก ไม่ตั้งมั่นอยู่ภายใน และไม่สะดุ้งเพราะไม่ยึดมั่น เมื่อวิญญาณเป็นเช่นนั้น ย่อมไม่มีเหตุเกิดหรือแดนเกิดแห่งชาติ ชรา มรณะ และทุกข์ต่อไป
หลังจากที่พระผู้มีพระภาคตรัสโดยย่อแล้ว เสด็จเข้าไปยังที่ประทับ ภิกษุทั้งหลายเกิดความสงสัยในเนื้อความที่ยังไม่พิสดาร จึงได้ปรึกษากันและเห็นว่า พระมหากัจจานะเป็นผู้ที่พระศาสดาทรงยกย่องและสามารถชี้แจงเนื้อความโดยพิสดารได้ จึงได้พากันเข้าไปสอบถามท่านพระมหากัจจานะ
พระมหากัจจานะได้อธิบายความแห่งพระดำรัสโดยละเอียด เริ่มจาก "วิญญาณไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก" หมายถึง การที่วิญญาณไม่ซ่านไปตามนิมิตที่เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้กลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องสัมผัสด้วยกาย และรู้แจ้งธรรมารมณ์ด้วยใจ โดยไม่ถูกความยินดีในนิมิตเหล่านั้นตรึงไว้ ผูกมัดไว้ หรือเกี่ยวข้องด้วยสังโยชน์คือความยินดีในนิมิตนั้นๆ หากวิญญาณไม่ถูกผูกพันด้วยความยินดีในอารมณ์ภายนอก ก็จัดว่าไม่ฟุ้งซ่านไปในภายนอก
ส่วน "วิญญาณไม่ตั้งมั่นอยู่ภายใน" พระมหากัจจานะอธิบายถึงการที่วิญญาณไม่ตั้งมั่นอยู่ในสมาธิหรือฌานต่างๆ หากภิกษุเข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน หรือจตุตถฌาน และยังคงยินดีในปีติสุขหรืออุเบกขาที่เกิดขึ้นในฌานนั้นๆ วิญญาณย่อมถูกผูกมัดและตั้งมั่นอยู่ภายในในอารมณ์นั้นๆ รวมถึงอรูปฌานต่างๆ ก็เช่นกัน หากยังมีความยินดี ผูกพัน วิญญาณก็ยังถือว่าตั้งมั่นอยู่ภายใน การที่วิญญาณไม่ตั้งมั่นอยู่ภายใน คือการที่วิญญาณไม่ถูกตรึงไว้ด้วยความยินดีในอารมณ์แห่งสมาธิเหล่านั้น
และ "ไม่สะดุ้งเพราะไม่ยึดมั่น" นั้น พระมหากัจจานะชี้แจงว่า ปุถุชนผู้ไม่ได้รับการสั่งสอน ย่อมยึดถือรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ (ขันธ์ ๕) ว่าเป็นตัวตน หรือเป็นของตน หรือมีอยู่ในตน หรือตนมีอยู่ในขันธ์นั้นๆ เมื่อขันธ์เหล่านั้นแปรปรวนไป ความรู้สึกของผู้ที่ยึดมั่นก็ย่อมแปรปรวนตามไปด้วย จึงเกิดความหวาดสะดุ้งหวั่นไหว แต่สำหรับอริยสาวกผู้ได้รับการสั่งสอนแล้ว ไม่ยึดมั่นในขันธ์ ๕ เหล่านั้นว่า เป็นตัวตนหรือของตน เมื่อขันธ์ ๕ แปรปรวนไป วิญญาณก็ไม่แปรปรวนตาม จึงไม่สะดุ้งหวั่นไหวเพราะไม่มีการยึดมั่นถือมั่น
เมื่อภิกษุทั้งหลายกลับไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคถึงคำอธิบายของพระมหากัจจานะ พระองค์ทรงยืนยันว่า พระมหากัจจานะเป็นผู้ฉลาดและมีปัญญามาก หากพระองค์เองเป็นผู้ตอบ ก็จะตอบในเนื้อความเดียวกันทุกประการ ดังนั้น หลักธรรมนี้จึงเน้นย้ำถึงการฝึกฝนจิตให้หลุดพ้นจากเครื่องร้อยรัดทั้งภายนอกและภายใน เพื่อนำไปสู่การสิ้นสุดแห่งทุกข์โดยสมบูรณ์.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| อานาปานัสสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กายคตาสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สฬายตนวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ธาตุวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทักขิณาวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อินทริยภาวนาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ฉวิโสธนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จูฬปุณณมสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อิสิคิลิสูตร | พระพุทธเจ้า |