| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระอานนท์ |
| ผู้ฟัง | พราหมณ์ชื่ออุณณาภะ |
| สถานที่ | โฆสิตาราม กรุงโกสัมพี |
| Link | อุณณาภพราหมณสูตร |
ในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย มีพระสูตรที่พราหมณ์ชื่ออุณณาภะมาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าหรือพระอานนท์อยู่ ๒ สูตรหลักๆ คือ อุณณาภพราหมณสูตรที่ ๔๘.๔๒ และอุณณาภพราหมณสูตรที่ ๕๑.๑๕ ซึ่งทั้งสองสูตรนี้ได้กล่าวถึงประเด็นธรรมะที่สำคัญแตกต่างกัน
ในอุณณาภพราหมณสูตร (SN ๔๘.๔๒) พราหมณ์อุณณาภะได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคที่กรุงสาวัตถี และทูลถามว่า อินทรีย์ ๕ ประการ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ซึ่งมีอารมณ์และโคจรต่างกัน ไม่เสวยอารมณ์ซึ่งกันและกันนั้น อะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวของอินทรีย์เหล่านี้ และอะไรเล่าที่เสวยอารมณ์ของอินทรีย์ทั้ง ๕ นั้น พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า "ใจ" เป็นที่ยึดเหนี่ยวและเป็นผู้เสวยอารมณ์ของอินทรีย์ทั้ง ๕ นั้น พราหมณ์อุณณาภะจึงทูลถามต่อไปว่า แล้วอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวของใจ พระพุทธเจ้าตรัสว่า "สติ" เป็นที่ยึดเหนี่ยวของใจ จากนั้นทูลถามถึงที่ยึดเหนี่ยวของสติ ซึ่งตรัสตอบว่า "วิมุตติ (ความหลุดพ้น)" เป็นที่ยึดเหนี่ยวของสติ และเมื่อทูลถามถึงที่ยึดเหนี่ยวของวิมุตติ พระพุทธองค์ตรัสว่า "นิพพาน" เป็นที่ยึดเหนี่ยวของวิมุตติ แต่เมื่อพราหมณ์อุณณาภะทูลถามต่อไปว่าอะไรเป็นที่ยึดเหนี่ยวของนิพพาน พระพุทธเจ้าตรัสว่าคำถามนั้นลึกซึ้งเกินไป ไม่สามารถกำหนดที่สุดแห่งปัญหาได้ เพราะพรหมจรรย์ที่ประพฤติจบแล้วมีนิพพานเป็นที่หยั่งลง มีนิพพานเป็นเบื้องหน้า และมีนิพพานเป็นที่สุด
หลังจากที่พราหมณ์อุณณาภะชื่นชมยินดีในพระภาษิตและจากไปแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ศรัทธาในพระตถาคตของอุณณาภพราหมณ์ตั้งมั่นหยั่งรากลงแล้ว ไม่หวั่นไหว และหากเขาจะทำกาลกิริยาไป ย่อมไม่มีสังโยชน์ที่จะผูกมัดให้เขากลับมาสู่โลกนี้อีกต่อไป แสดงว่าท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามีบุคคลแล้ว
ส่วนในอุณณาภพราหมณสูตร (SN ๕๑.๑๕) อีกบทหนึ่ง พราหมณ์อุณณาภะได้เข้าไปหาท่านพระอานนท์ที่โฆสิตาราม กรุงโกสัมพี และทูลถามถึงจุดมุ่งหมายของการประพฤติพรหมจรรย์ในพระสมณโคดม พระอานนท์ตอบว่า จุดประสงค์คือเพื่อละฉันทะ (ความพอใจ) พราหมณ์อุณณาภะถามต่อว่า มีหนทางและปฏิปทาเพื่อละฉันทะนั้นหรือไม่ พระอานนท์ชี้แจงถึงการเจริญอิทธิบาท ๔ อันประกอบด้วย ฉันทสมาธิปธานสังขาร (ความพอใจในความเพียร) วิริยสมาธิปธานสังขาร (ความเพียร) จิตตสมาธิปธานสังขาร (ความคิด) และวิมังสาสมาธิปธานสังขาร (การไตร่ตรอง) พราหมณ์อุณณาภะสงสัยว่าจะเป็นหนทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะการละฉันทะด้วยฉันทะนั้นเองดูเป็นไปไม่ได้ พระอานนท์จึงยกอุปมาว่า เมื่อมีความต้องการจะเดินไปสวน เมื่อไปถึงสวนแล้ว ฉันทะนั้นก็ระงับไป ฉันใด ความพอใจ ความเพียร ความใส่ใจ และความไตร่ตรองเพื่อบรรลุอรหัตก็ย่อมระงับไปเมื่อบรรลุอรหัตแล้ว ฉันนั้น พราหมณ์อุณณาภะเห็นด้วยและแสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงพระรัตนตรัยเป็นสรณะตลอดชีวิต
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เจติยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โคธสักกสูตร | เจ้าศากยะโคธา |
| ชีวิตินทริยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สติสูตรที่ ๕ | พระพุทธเจ้า |
| กิมิลสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อิทธิบาท โมคคัลลานสูตร | พระมหาโมคคัลลานะ |
| อนุสยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยสิเนรุปัพพตราชสูตร | พระพุทธเจ้า |