With Godhā the Sakyan
พระสูตรโคธสักกสูตร เริ่มต้นที่กรุงกบิลพัสดุ์ เมื่อพระมหานามะศากยะเข้าหาพระโคธาศากยะ เพื่อสอบถามถึงคุณสมบัติที่ทำให้ท่านสามารถจำแนกบุคคลว่าเป็นพระโสดาบัน ผู้ไม่ตกต่ำ ไม่ต้องไปอบายภูมิ และมีอันจะตรัสรู้ได้ พระโคธาตอบว่า บุคคลนั้นต้องมี คุณสมบัติ 3 ประการ
จากนั้น พระโคธาถามพระมหานามะกลับว่า "ท่านมหานามะ แล้วท่านจะจำแนกบุคคลว่าเป็นพระโสดาบันได้อย่างไร?" พระมหานามะตอบว่า บุคคลนั้นต้องมี คุณสมบัติ 4 ประการ ได้แก่ คุณสมบัติ 3 ประการแรกที่พระโคธากล่าวมา และเพิ่มอีกหนึ่งข้อคือ "มีศีลอันเป็นที่รักของพระอริยะ เป็นไปเพื่อสมาธิ" พระโคธาได้ค้านขึ้นว่า "หยุดก่อนมหานามะ! มีแต่พระพุทธเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าบุคคลผู้นั้นมีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่"
ทั้งสองจึงพากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และพระมหานามะได้กราบทูลเรื่องราวทั้งหมดให้พระองค์ทรงทราบ จากนั้นท่านได้กล่าวถ้อยคำอันแสดงถึงความเลื่อมใสอย่างแรงกล้าต่อพระพุทธเจ้า โดยกล่าวว่า หากมีประเด็นทางธรรมเกิดขึ้น และพระพุทธเจ้าทรงอยู่ฝ่ายหนึ่ง ขณะที่พระสงฆ์ พระภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา หรือแม้กระทั่งโลกทั้งปวงพร้อมด้วยทวยเทพ มาร และพรหม อยู่ฝ่ายตรงข้าม ท่านก็จะ อยู่ฝ่ายพระพุทธเจ้าเสมอ และขอให้พระองค์ทรงจดจำความเลื่อมใสของท่านไว้
พระพุทธเจ้าจึงตรัสถามพระโคธาว่า "โคธา ท่านจะกล่าวอะไรกับมหานามะเมื่อเขากล่าวเช่นนี้?" พระโคธากราบทูลตอบว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ไม่มีอะไรจะกล่าวกับมหานามะเมื่อเขากล่าวเช่นนี้ นอกจากการกล่าวถึงสิ่งที่ดีงามและเป็นกุศลเท่านั้น"
พระสูตรนี้เน้นย้ำถึง ความสำคัญของศรัทธาอันไม่หวั่นไหว ในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ (ไตรสรณคมน์) รวมถึงความสำคัญของศีลที่เป็นบาทฐานแห่งสมาธิในการเป็นคุณสมบัติของพระอริยบุคคล พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่าการตัดสินสภาพภายในของบุคคลนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงทราบดีที่สุด
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →