At the Cāpāla Shrine
เจติยสูตร ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค อิทธิปาทสังยุต เป็นพระสูตรสำคัญที่บันทึกเหตุการณ์เกี่ยวกับการปลงพระชนมายุสังขารของพระพุทธเจ้า ซึ่งเกิดขึ้น ณ ปาวาลเจดีย์ เขตกรุงเวสาลี ในขณะนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสกับพระอานนท์ถึงความรื่นรมย์ของเจดีย์ต่าง ๆ ในกรุงเวสาลี เช่น อุเทนเจดีย์ โคตมกเจดีย์ และปาวาลเจดีย์
จากนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงอิทธิบาท ๔ ประการ ได้แก่ ฉันทะ (ความพอใจ) วิริยะ (ความเพียร) จิตตะ (ความคิด) และวิมังสา (การไตร่ตรอง) โดยกล่าวว่า หากบุคคลใดเจริญอิทธิบาทเหล่านี้อย่างสมบูรณ์ ผู้นั้นย่อมสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตลอดกัปหรือเกินกว่ากัปได้ พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงนิมิตโอภาส (เครื่องบอกเหตุและแสงสว่างที่ชัดเจน) แก่พระอานนท์ถึงสามครั้งว่า พระตถาคตได้เจริญอิทธิบาท ๔ แล้ว และสามารถดำรงพระชนม์อยู่ได้ตลอดกัปหรือเกินกว่ากัป หากปรารถนา
อย่างไรก็ตาม พระอานนท์กลับถูกมารดลใจ ทำให้ไม่สามารถรู้แจ้งถึงนิมิตโอภาสนั้น จึงไม่ได้กราบทูลอาราธนาให้พระผู้มีพระภาคดำรงพระชนมชีพอยู่เพื่อประโยชน์สุขแก่สรรพสัตว์ หลังจากพระอานนท์จากไป มารผู้มีบาปได้เข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาค และกราบทูลอาราธนาให้พระองค์ปรินิพพาน เพราะพรหมจรรย์ของพระองค์ได้บริบูรณ์แล้ว พระผู้มีพระภาคจึงตรัสตอบมารว่า อีกสามเดือนข้างหน้า ตถาคตจักปรินิพพาน
ขณะนั้นเอง พระผู้มีพระภาคทรงมีสติสัมปชัญญะ ทรงปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ ซึ่งการปลงพระชนมายุสังขารนี้ได้ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ น่าสะพรึงกลัว ทำให้ขนพองสยองเกล้า และกลองทิพย์ก็ดังกึกก้อง พระพุทธองค์ทรงเปล่งพระอุทานในเวลานั้นว่า "มุนีละกรรมทั้งที่ชั่งได้และชั่งไม่ได้ อันเป็นเหตุก่อกำเนิดเป็นเครื่องปรุงแต่งภพได้แล้ว ยินดีภายในตน มีใจมั่นคง ทำลายกิเลสที่เกิดในตนได้ เหมือนนักรบทำลายเกราะเสีย ฉะนั้น" เจติยสูตรจึงเป็นพระสูตรที่แสดงถึงความเมตตาของพระพุทธองค์และการตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อเข้าสู่ปรินิพพาน.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →