Moggallānasutta

โมคคัลลานสูตร

With Moggallāna

ข้อมูล โมคคัลลานสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 19
นิกายสังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระมหาโมคคัลลานะ
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่บุพพาราม กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรโมคคัลลานสูตร →

สรุปเนื้อหา โมคคัลลานสูตร

ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารของนางวิสาขามิคารมาตา ที่เมืองสาวัตถี ขณะนั้นภิกษุหลายรูปพำนักอยู่ใต้ปราสาท โดยเป็นผู้มีจิตฟุ้งซ่าน ปากกล้า เหลาะแหละ พูดพล่อย หลงลืมสติ ขาดสัมปชัญญะและสมาธิ มีจิตซัดส่าย อินทรีย์ไม่สำรวม

พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งท่านพระมหาโมคคัลลานะให้ “ทำให้ภิกษุเหล่านั้นสังเวชใจ” ท่านมหาโมคคัลลานะรับสนอง จากนั้นใช้ฤทธิ์เท้าแม่เท้าข้างหนึ่งบันดาลให้ปราสาทสั่นสะเทือน โยกคลอน และไหวอย่างแรง ภิกษุเหล่านั้นตกใจและประหลาดใจอย่างมากที่ปราสาทซึ่งมีรากฐานมั่นคงกลับสั่นไหวได้เองโดยไม่มีลมพัด

เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบ จึงตรัสถามถึงเหตุที่ภิกษุเหล่านั้นตกใจ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องปราสาทสั่นไหว พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “โมคคัลลานะต้องการทำให้พวกเธอสังเวชใจ จึงบันดาลให้ปราสาทสั่นสะเทือนด้วยเท้าแม่เท้า” แล้วตรัสถามว่า “โมคคัลลานะได้พัฒนาสิ่งใด จึงมีอานุภาพและฤทธิ์เดชมากอย่างนี้?” ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลขอให้พระพุทธองค์ทรงอธิบาย

พระผู้มีพระภาคจึงตรัสสอนว่า ท่านพระมหาโมคคัลลานะมีอานุภาพและฤทธิ์เดชมาก เพราะได้พัฒนาและเจริญ อิทธิบาท 4 ได้แก่:

  • ฉันทสมาธิปทานสังขาร (ความตั้งใจมั่นที่เกิดจากความพอใจ)
  • วิริยสมาธิปทานสังขาร (ความตั้งใจมั่นที่เกิดจากความเพียร)
  • จิตตสมาธิปทานสังขาร (ความตั้งใจมั่นที่เกิดจากความเอาใจใส่)
  • วิมังคาสมาธิปทานสังขาร (ความตั้งใจมั่นที่เกิดจากการใช้ปัญญาพิจารณา)

ท่านเจริญอิทธิบาทเหล่านี้โดยกำหนดจิตไม่ให้หย่อนหรือตึงเกินไป ไม่หดหู่ภายในหรือฟุ้งซ่านภายนอก พร้อมเจริญอาโลกสัญญา (ความสำคัญในแสงสว่าง) ทั้งกลางวันกลางคืน ทุกทิศทาง ด้วยจิตใจที่เปิดกว้างและไม่ถูกครอบงำ ด้วยการเจริญอิทธิบาท 4 นี้ ทำให้ท่านพระมหาโมคคัลลานะสามารถแสดงฤทธิ์ต่างๆ ได้มากมาย รวมถึงบรรลุ เจโตวิมุตติและปัญญาวิมุตติ อันเป็นความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญาของตนเองในชาตินี้

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-05-09
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka