With Moggallāna
ครั้งหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่วัดเชตวัน ใกล้กรุงสาวัตถี ในเรือนยอดของวิสาขา ซึ่งในขณะนั้นมีพระภิกษุหลายรูปอยู่ใต้เรือนยอดนั้น มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น ซุกซน หยิ่งผยอง กลับกลอก พูดมาก พูดพล่อย ไม่มีสติ ไม่มีความรู้ตัว ไม่มีสมาธิ ฟุ้งซ่าน และอินทรีย์ไม่สำรวม
พระพุทธเจ้าจึงตรัสแก่พระมหาโมคคัลลานะว่า “โมคคัลลานะ เธอจงไปทำให้ภิกษุเหล่านั้นเกิดความเกรงขาม!” พระมหาโมคคัลลานะรับคำแล้วจึงใช้ฤทธิ์เหยียบเรือนยอดด้วยนิ้วหัวแม่เท้า ทำให้เรือนยอดสั่นสะเทือน โยกคลอน และไหวติงอย่างแรง ภิกษุเหล่านั้นต่างตกใจและประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะไม่มีลมแต่เรือนยอดกลับสั่นสะเทือนได้
พระพุทธเจ้าเสด็จมาตรัสถามถึงเหตุที่ตกใจ เมื่อทราบคำตอบ พระพุทธองค์จึงตรัสว่า “โมคคัลลานะต้องการทำให้พวกเธอเกิดความเกรงขาม จึงใช้ฤทธิ์ทำให้เรือนยอดสั่นสะเทือน” จากนั้นพระพุทธเจ้าตรัสถามว่า “โมคคัลลานะได้พัฒนาและเจริญสิ่งใด จึงมีฤทธิ์และอานุภาพมากเช่นนี้?” ภิกษุทั้งหลายกราบทูลขอให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม
พระพุทธเจ้าจึงตรัสสอนว่า “โมคคัลลานะมีฤทธิ์และอานุภาพมากได้ เพราะได้พัฒนาและเจริญ อิทธิบาท 4 อย่างบริบูรณ์”
พระโมคคัลลานะบำเพ็ญเพียรโดยไม่ปล่อยใจให้ย่อหย่อนหรือตึงเครียดเกินไป ไม่หดหู่ภายในหรือฟุ้งซ่านภายนอก และเจริญภาวนาด้วยการรับรู้ทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลัง เบื้องต่ำเบื้องสูง ทั้งกลางวันและกลางคืนเสมอ ๆ ด้วยใจที่เปิดกว้าง ไม่ถูกครอบงำ และเจริญจิตให้เต็มเปี่ยมด้วยแสงสว่าง
ด้วยการพัฒนา อิทธิบาท 4 นี้เอง ทำให้พระมหาโมคคัลลานะสามารถแสดงฤทธิ์ได้นานัปการ และที่สำคัญที่สุดคือ สามารถบรรลุ เจโตวิมุตติ และ ปัญญาวิมุตติ อันหาอาสวะมิได้ในปัจจุบันนี้เอง เข้าถึงความหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวงด้วยปัญญาอันเห็นแจ้งของตน
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →