สรุปเนื้อหา · Summary
สรุปเนื้อหา ปาราชิกสิกขาบทที่ 4 (อวดอุตริมนุสสธรรมที่ไม่มีในตน)
พระบัญญัติ: ก็ ภิกษุใด ไม่รู้ยิ่ง กล่าวอวดอุตริมนุสสธรรมอันเป็นญาณทัสสนะ ที่ประเสริฐอันสามารถ ให้น้อมเข้ามาในตนว่า “ข้าพเจ้ารู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้” ครั้นสมัยต่อจากนั้น อันผู้ใดผู้หนึ่งโจทก็ตามไม่โจทก็ตาม เธอผู้ต้องอาบัติแล้ว หวังความบริสุทธิ์ พึงกล่าวอย่างนี้ว่า “ท่านทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่รู้อย่างนั้น ได้ กล่าวว่ารู้ ข้าพเจ้าไม่เห็นอย่างนั้น ได้กล่าวว่าเห็น ข้าพเจ้ากล่าวคำไร้ประโยชน์ เป็นคำเท็จ” แม้ภิกษุนี้เป็นปาราชิก หาสังวาสมิได้
ตัวอย่าง:
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนได้อรหันต์ ต้องอาบัติปาราชิก
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนได้ฌานสมาบัติ ต้องอาบัติปาราชิก
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนสามารถเข้าผลสมาบัติได้ ต้องอาบัติปาราชิก
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนละโทสะ โลภะ หรือโมหะได้ ต้องอาบัติปาราชิก
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนละโลภะได้ ต้องอาบัติปาราชิก
- ภิกษุพูดอ้างโกหกว่าตนละสังโยชน์ได้ ต้องอาบัติปาราชิก
ไม่ครบองค์เป็นอาบัติรองลงมา:
- ภิกษุพูดอวดอ้างถึงผู้อื่นว่ามีคุณวิเศษ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
- ภิกษุมีคุณวิเศษจริงแต่บอกกับคฤหัสถ์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์
อนาบัติ (ไม่เป็นอาบัติ):
- ภิกษุสำคัญผิดหลงคิดว่าตนบรรลุ
- ภิกษุวิกลจริต
- ภิกษุมีจิตฟุ้งซ่าน
- ภิกษุกระสับกระส่ายเพราะเวทนา
- ภิกษุต้นบัญญัติ