| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 14 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | อัคคิเวสสนะ |
| สถานที่ | พระเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ |
| Link | ทันตภูมิสูตร |
ทันตภูมิสูตร (Dantabhūmi Sutta) เป็นพระสูตรลำดับที่ ๑๒๕ ในมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์แห่งพระสุตตันตปิฎก. พระสูตรนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าชายชัยเสนะเสด็จมาสนทนากับสามเณรอจิรวตะ ณ ป่ากระท่อม ใกล้กรุงราชคฤห์. เจ้าชายชัยเสนะทรงตั้งข้อสงสัยว่า พระภิกษุผู้ดำเนินชีวิตอยู่ท่ามกลางกามสุข จะสามารถเข้าถึงความสงบแห่งจิตได้จริงหรือ. สามเณรอจิรวตะจึงได้กราบทูลเรื่องนี้แด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งพระองค์ได้ทรงอธิบายถึงกระบวนการฝึกฝนจิตใจของพระภิกษุโดยเปรียบเทียบกับการฝึกช้างป่าให้เชื่องและพร้อมใช้งาน.
พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า เหมือนกับการฝึกช้างป่า เริ่มจากการที่ควาญช้างใช้ช้างหลวงนำช้างป่าออกจากป่ามายังพื้นที่โล่ง. จากนั้นจึงใช้เสาใหญ่ตรึงช้างป่าไว้ด้วยเชือกที่คอ เพื่อกำจัดนิสัยป่า ความทรงจำและความคิดแบบป่า และความกระวนกระวายใจที่คิดถึงป่า ให้ช้างนั้นคุ้นเคยกับการอยู่ในหมู่บ้านและยอมรับพฤติกรรมที่มนุษย์ต้องการ. เมื่อช้างเริ่มยอมรับอาหารและน้ำจากควาญช้างแล้ว ควาญช้างจะเริ่มฝึกคำสั่งพื้นฐาน เช่น "จงยกขึ้น" "จงวางลง" "จงเดินหน้า" "จงถอยหลัง" "จงยืนขึ้น" "จงนั่งลง".
หลังจากนั้น ช้างจะถูกฝึกให้คุ้นเคยกับเสียงดัง การถูกแทงด้วยอาวุธต่างๆ และเมื่อช้างผ่านการฝึกฝนจนปราศจากข้อบกพร่องทุกประการแล้ว ก็จะกลายเป็นช้างคู่ควรแก่พระราชา เป็นที่โปรดปรานของพระองค์ และจัดเป็นสมบัติของพระราชา.
ในทำนองเดียวกัน พระพุทธองค์ก็ทรงฝึกฝนพระภิกษุเริ่มต้นจากการที่ฆราวาสได้ฟังพระธรรมเทศนา เกิดศรัทธาและตัดสินใจออกบวชจากชีวิตคฤหัสถ์สู่ชีวิตที่ไม่มีบ้านเรือน. การออกบวชนี้คือการก้าวพ้นจากชีวิตที่คับแคบและเปรอะเปื้อนกิเลสสู่ชีวิตที่เปิดกว้าง. หลังจากบวชแล้ว พระตถาคตจะแนะนำให้พระภิกษุรักษาศีล สำรวมในพระปาฏิโมกข์ มีมารยาทและข้อปฏิบัติอันดีงาม เห็นภัยในความผิดแม้เล็กน้อย.
ต่อมา พระภิกษุจะได้รับการฝึกฝนให้สำรวมอินทรีย์ ปรารภความเพียร กำจัดอกุศลธรรม และเจริญกุศลธรรมอยู่เสมอ. จากนั้นก็ให้เจริญสติปัฏฐาน ๔ คือพิจารณากายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรมทั้งหลาย. การฝึกฝนนี้เปรียบเสมือนการผูกใจไว้กับสติปัฏฐาน ๔ เพื่อแก้ไขนิสัยที่ผูกพันกับเรือน แก้ไขความสับสน และความกระวนกระวายใจที่ผูกพันกับกามคุณ ๕ ซึ่งจะนำไปสู่การบรรลุญายธรรมและการทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน. เมื่อพระภิกษุละกิเลสเครื่องเศร้าหมองต่างๆ มีโลภะ โทสะ โมหะ ได้อย่างสิ้นเชิง ก็จะหลุดพ้นจากอาสวกิเลสทั้งปวง และบรรลุอรหัตตผล. พระสูตรนี้เน้นย้ำว่าผู้ที่ยังจมอยู่กับกามสุขย่อมไม่สามารถรู้เห็นหรือบรรลุสิ่งที่ต้องรู้เห็นด้วยการสละกามสุขได้.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| อานาปานัสสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กายคตาสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สฬายตนวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ธาตุวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทักขิณาวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อินทริยภาวนาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เสวิตัพพาเสวิตัพพสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โลมสกังคิยภัทเทกรัตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จูฬกัมมวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เทวทูตสูตร | พระพุทธเจ้า |