| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 15 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | กุสินารา |
| Link | ปรินิพพานสูตร |
ปรินิพพานสูตรในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑๕ พระสุตตันตปิฎก เล่ม ๗ (ลำดับที่ ๕) บรรยายถึงช่วงเวลาที่พระพุทธองค์จะเสด็จปรินิพพาน ณ ป่าสาละ กรุงกุสินารา ซึ่งเป็นที่ประทับระหว่างต้นสาละคู่ของมัลลกษัตริย์ทั้งหลาย ในช่วงเวลานั้น พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายมา แล้วประทานพระโอวาทครั้งสุดท้ายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา พวกเธอจงทำหน้าที่ให้สมบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" นับเป็นพระวาจาครั้งสุดท้ายของพระตถาคต
หลังจากนั้น พระผู้มีพระภาคทรงเข้าฌานสมาบัติเป็นลำดับ โดยเริ่มตั้งแต่ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน จากนั้นทรงเข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ วิญญาณัญจายตนสมาบัติ อากิญจัญญายตนสมาบัติ เนวสัญญานาสัญญายตนสมาบัติ และสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เมื่อออกจากสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติแล้ว ทรงย้อนกลับเข้าฌานสมาบัติเป็นลำดับจนถึงจตุตถฌานอีกครั้ง ก่อนจะเสด็จดับขันธปรินิพพานในลำดับนั้น
เมื่อพระผู้มีพระภาคเสด็จปรินิพพานแล้ว ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถาแสดงความไม่เที่ยงแท้ของสรรพสัตว์ที่ต้องทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลก แม้แต่พระศาสดาผู้หาผู้เปรียบมิได้ก็ยังต้องปรินิพพานไป ตามด้วยท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่แห่งทวยเทพ ได้กล่าวคาถาแสดงความไม่เที่ยงของสังขารทั้งหลาย ซึ่งมีความเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา การเข้าไประงับสังขารเหล่านั้นได้เป็นสุขอย่างแท้จริง พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงหลักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา และการทำความเพียรด้วยความไม่ประมาท
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ฆฏิการสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อนาถปิณฑิกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โมคคัลลานสูตรที่ ๑๐ | พระวังคีสะ |
| เวปจิตติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ตัณหาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ชาครสูตร | พระพุทธเจ้า |
| วังคีสสูตร | - |
| มัจฉริสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ตายนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| มัลลิกาสูตร | พระพุทธเจ้า |