ชาครสูตร (สังยุตตนิกาย SN 1.6) เป็นพระสูตรสั้นๆ ที่ปรากฏในพระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เรื่องราวเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี เมื่อมีเทวดาตนหนึ่งเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค และได้ทูลถามปัญหาอันเป็นหัวใจสำคัญแห่งการดำเนินชีวิตในทางธรรม
เทวดาได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า:
- เมื่อธรรมทั้งหลายตื่นอยู่ ธรรมประเภทไหนชื่อว่าหลับอยู่?
- เมื่อธรรมทั้งหลายหลับแล้ว ธรรมประเภทไหนชื่อว่าตื่นอยู่?
- บุคคลหมักหมมธุลีคือกิเลสเพราะธรรมประเภทไหน?
- บุคคลบริสุทธิ์เพราะธรรมประเภทไหน?
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสตอบปัญหาของเทวดานั้น โดยทรงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างธรรมที่เป็นกุศลและอกุศล ดังนี้:
- เมื่ออินทรีย์ ๕ ตื่นอยู่ นิวรณ์ ๕ ชื่อว่าหลับอยู่
- เมื่อนิวรณ์ ๕ หลับแล้ว อินทรีย์ ๕ ชื่อว่าตื่นอยู่
- บุคคลหมักหมมธุลีคือกิเลสเพราะนิวรณ์ ๕
- บุคคลบริสุทธิ์เพราะอินทรีย์ ๕
ใจความสำคัญของชาครสูตรอยู่ที่คำตอบของพระพุทธองค์ที่เน้นย้ำถึงบทบาทของ "อินทรีย์ ๕" และ "นิวรณ์ ๕" โดย
- อินทรีย์ ๕ หรือพละ ๕ หมายถึง ธรรมที่เป็นใหญ่ในการกระทำกิจของตน อันเป็นฝ่ายกุศล ได้แก่ ศรัทธา (ความเชื่อมั่น), วิริยะ (ความเพียร), สติ (ความระลึกได้), สมาธิ (ความตั้งมั่นแห่งจิต) และ ปัญญา (ความรอบรู้) การที่อินทรีย์เหล่านี้ "ตื่นอยู่" หมายถึงการที่ธรรมฝ่ายกุศลเหล่านี้กำลังทำงานอย่างเต็มที่ ทำให้จิตไม่ถูกครอบงำด้วยอกุศล
- นิวรณ์ ๕ หมายถึง ธรรมที่กั้นขวางจิตไม่ให้ก้าวหน้าในคุณธรรมหรือความดี ได้แก่ กามฉันทะ (ความพอใจในกาม), พยาบาท (ความคิดร้าย), ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม), อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่านรำคาญใจ) และ วิจิกิจฉา (ความสงสัย) การที่นิวรณ์เหล่านี้ "หลับอยู่" หมายถึงการที่จิตพ้นจากการครอบงำของอกุศลธรรมเหล่านี้ ทำให้เกิดความบริสุทธิ์และสามารถบรรลุธรรมได้.
ดังนั้น ชาครสูตรจึงสอนว่า การจะพ้นจากกิเลสและบรรลุความบริสุทธิ์ได้นั้น ต้องด้วยการเจริญอินทรีย์ ๕ ให้ตื่นอยู่ และทำให้นิวรณ์ ๕ หลับลง.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-04-23