The Longer Discourse on Mindfulness Medi
มหาสติปัฏฐานสูตร (ทีฆนิกาย DN22) เป็นพระสูตรสำคัญที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแก่ชาวกุรุชนบท ณ กัมมาสทัมมะ โดยตรัสว่าเป็น "หนทางนี้เป็นที่ไปอันเอก" เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงความโศกและปริเทวะ เพื่อความดับสิ้นแห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุธรรมอันถูกต้อง และเพื่อทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน
หัวใจของพระสูตรนี้คือการเจริญสติปัฏฐาน ๔ อันเป็นฐานที่ตั้งแห่งสติ ได้แก่ การพิจารณากายในกาย (กายานุปัสสนา), การพิจารณาเวทนาในเวทนา (เวทนานุปัสสนา), การพิจารณาจิตในจิต (จิตตานุปัสสนา) และการพิจารณาธรรมในธรรม (ธัมมานุปัสสนา) ในแต่ละฐาน ผู้ปฏิบัติพึงมีคุณสมบัติ ๓ ประการ คือ มีความเพียร (อาตาปี) มีสัมปชัญญะ (สัมปะชาโน) และมีสติ (สติมา) เพื่อกำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลก
ในส่วนของกายานุปัสสนา พระพุทธองค์ทรงสอนให้พิจารณาลมหายใจเข้าออก (อานาปานสติ), อิริยาบถ, สัมปชัญญะ, ความปฏิกูลของกาย, ธาตุ ๔ และป่าช้า ๙ ระยะ เวทนานุปัสสนาคือการกำหนดรู้ความรู้สึกสุข ทุกข์ หรือไม่สุขไม่ทุกข์ ทั้งที่เป็นอามิสและนิรามิส จิตตานุปัสสนาคือการกำหนดรู้สภาพของจิตที่มีราคะ ไม่มีราคะ มีโทสะ ไม่มีโทสะ มีโมหะ ไม่มีโมหะ เป็นต้น ส่วนธัมมานุปัสสนาให้พิจารณาธรรมที่เป็นอารมณ์ของจิต ได้แก่ นิวรณ์ ๕, ขันธ์ ๕, อายตนะ ๑๒, โพชฌงค์ ๗ และอริยสัจ ๔
การเจริญสติปัฏฐาน ๔ นี้ มีอานิสงส์อย่างยิ่ง หากบุคคลใดเจริญเป็นระยะเวลาต่างๆ ตั้งแต่ ๗ วันไปจนถึง ๗ ปี ย่อมหวังผลได้ ๒ ประการ คือ สำเร็จเป็นพระอรหันต์ในปัจจุบัน หรือเป็นพระอนาคามีเมื่อยังเหลืออุปาทิอยู่ นี่คือวิถีทางอันบริสุทธิ์และเป็นทางสายตรงสู่ความพ้นทุกข์ในพระพุทธศาสนา.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →