| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 16 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | พระเชตวัน กรุงสาวัตถี |
| Link | อัสสุตวาสูตร |
อัสสุตวาสูตร (สังยุตตนิกาย นิทานวรรค) เป็นพระสูตรสำคัญที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรม ณ พระเชตวัน เพื่อชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างในการยึดติดระหว่างกายกับจิตของปุถุชน และแนวทางการพ้นทุกข์ของอริยสาวกผู้ได้สดับ
พระพุทธองค์ตรัสว่า ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ อาจเบื่อหน่าย คลายกำหนัด และหลุดพ้นจากกายอันประกอบด้วยมหาภูตสี่ได้ง่ายกว่าจิต เหตุผลคือ กายมีการเจริญ เสื่อม การเกิดขึ้นและการสลายไปปรากฏให้เห็นได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะคงอยู่หนึ่งปี สิบปี ห้าสิบปี หรือร้อยปี ก็ยังสามารถรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้ แต่สำหรับสิ่งที่เรียกว่า "จิต มโน หรือวิญญาณ" นั้น ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับไม่สามารถเบื่อหน่าย คลายกำหนัด หรือหลุดพ้นได้ เพราะจิตถูกตัณหาและทิฏฐิรวบรัดถือไว้อย่างแน่นหนามาเป็นเวลานาน ว่า "นั่นของเรา เราเป็นนั่น นั่นเป็นตัวตนของเรา" ปุถุชนมักหลงผิดว่าจิตเป็นสิ่งคงที่หรือเป็นอัตตาอมตะ ซึ่งความรวดเร็วในการเกิดดับของจิตทำให้มองไม่เห็นรอยต่อของการเปลี่ยนแปลง
เพื่ออธิบายถึงความไม่เที่ยงแท้และแปรปรวนของจิต พระพุทธองค์จึงทรงอุปมาจิตเหมือนวานรที่เที่ยวไปในป่าใหญ่ จับกิ่งไม้แล้วปล่อย ยึดกิ่งอื่นต่อไปเรื่อย ๆ ฉันใดก็ฉันนั้น สิ่งที่เรียกว่า "จิต มโน หรือวิญญาณ" ก็เกิดขึ้นดวงหนึ่ง ดับไปดวงหนึ่ง ตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ไม่มีสภาพคงที่ อุปมานี้แสดงให้เห็นว่า "กิ่งไม้" คืออารมณ์ที่เข้ามากระทบ และ "การจับแล้วปล่อย" คือการเกิดดับของจิตที่ไม่สามารถยึดอารมณ์สองอย่างพร้อมกันได้ ต้องเกิดและดับเพื่อรับรู้อารมณ์ใหม่ตลอดเวลา
ท้ายที่สุด พระพุทธองค์ทรงสอนว่า อริยสาวกผู้ได้สดับ เมื่อมนสิการโดยแยบคายถึงปฏิจจสมุปบาทว่า "เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ" คือเมื่ออวิชชาเป็นปัจจัย สังขารจึงมี และไล่เรียงไปจนถึงความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ และเพราะอวิชชาดับไปไม่เหลือด้วยวิราคะ สังขารจึงดับ ไปจนถึงความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ เมื่ออริยสาวกเห็นแจ้งดังนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด และเมื่อคลายกำหนัดจิตย่อมหลุดพ้น และรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ปฏิจจสมุปปาทสูตร | พระอานนท์ |
| นขสิขาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| นขสิขสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สิคาลสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ราหุล วิญญาณสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สัญญาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จตุธาตุสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เวปุลลปัพพตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สัญเจตนาสูตร | พระพุทธเจ้า |