Intention
สัญเจตนาสูตร สังยุตตนิกาย SN 18.7 เป็นพระสูตรที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมแก่พระราหุล ณ กรุงสาวัตถี ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับการพิจารณาถึง "สัญเจตนา" หรือ "ความจงใจ" ที่เกิดขึ้นทางอายตนะทั้งหก.
ในพระสูตรนี้ พระพุทธองค์ทรงตั้งคำถามกับพระราหุลว่า "ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปสัญเจตนา (ความจงใจในรูป) ... สัททสัญเจตนา (ความจงใจในเสียง) ... คันธสัญเจตนา (ความจงใจในกลิ่น) ... รสสัญเจตนา (ความจงใจในรส) ... โผฏฐัพพสัญเจตนา (ความจงใจในโผฏฐัพพะ) ... ธัมมสัญเจตนา (ความจงใจในธรรมารมณ์) เที่ยงหรือไม่เที่ยง?"
พระราหุลทูลตอบว่า "ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า." เมื่อพระราหุลยืนยันว่าสัญเจตนาทั้งหลายเหล่านั้นไม่เที่ยง พระพุทธองค์จึงตรัสสอนต่อไปว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์ สิ่งใดเป็นทุกข์ สิ่งนั้นเป็นอนัตตา (ไม่ใช่ตัวตน). เพราะฉะนั้น อริยสาวกผู้ได้สดับแล้วย่อมเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงว่า "นั่นไม่ใช่ของเรา เราไม่เป็นนั่น นั่นไม่ใช่อัตตาของเรา."
การที่เห็นเช่นนี้ ย่อมทำให้จิตเกิดความเบื่อหน่ายในสัญเจตนาที่เกิดขึ้นจากอายตนะทั้งหก อันได้แก่ สัญเจตนาในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์. เมื่อเบื่อหน่ายแล้ว ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตย่อมหลุดพ้น. เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็ย่อมรู้ว่าหลุดพ้นแล้ว และรู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว อยู่จบพรหมจรรย์แล้ว ทำกิจที่ควรทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้อีกต่อไป.
โดยสรุป สัญเจตนาสูตรนี้เน้นย้ำถึงหลักอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในส่วนของ "สัญเจตนา" ซึ่งเป็นเจตนาที่ปรุงแต่งจิตให้ไปรับรู้อารมณ์ต่างๆ ผ่านทางอายตนะทั้งหก. การพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของสัญเจตนาเหล่านี้ จะนำไปสู่การคลายความยึดมั่นถือมั่น และเป็นหนทางแห่งการหลุดพ้นจากทุกข์.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →