หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฎก

มหาปุณณมสูตร

พระไตรปิฎก เล่มที่ 14
นิกาย มัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรม พระพุทธเจ้า
ผู้ฟัง หมู่ภิกษุ
สถานที่ บุพพาราม กรุงสาวัตถี
Link มหาปุณณมสูตร
ธรรมจักร

สรุปเนื้อหา มหาปุณณมสูตร โดยย่อ

มหาปุณณมสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในมัชฌิมนิกาย (พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖) ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมในคืนวันเพ็ญ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม กรุงสาวัตถี ท่ามกลางภิกษุสงฆ์. พระสูตรนี้เริ่มต้นด้วยคำถามของภิกษุรูปหนึ่งที่ทูลถามพระผู้มีพระภาคเกี่ยวกับเรื่องอุปาทานขันธ์ ๕.

พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า อุปาทานขันธ์ ๕ ประการ ได้แก่ รูปูปาทานขันธ์ (ความยึดมั่นในรูป), เวทนูปาทานขันธ์ (ความยึดมั่นในเวทนา), สัญญูปาทานขันธ์ (ความยึดมั่นในสัญญา), สังขารูปาทานขันธ์ (ความยึดมั่นในสังขาร), และวิญญาณูปาทานขันธ์ (ความยึดมั่นในวิญญาณ) ภิกษุรูปนั้นได้ทูลถามต่อไปถึงเหตุปัจจัยที่ทำให้อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ ปรากฏขึ้น ซึ่งพระพุทธองค์ตรัสว่า มีฉันทะ (ความพอใจ ความกำหนัด) เป็นมูลเหตุ.

ประเด็นสำคัญที่ทรงชี้แจงคือ ความแตกต่างระหว่าง "อุปาทาน" กับ "อุปาทานขันธ์ ๕" พระองค์ตรัสว่า อุปาทานกับอุปาทานขันธ์ ๕ นั้น มิใช่เป็นอย่างเดียวกัน และมิใช่อย่างอื่นจากกัน แต่ "ฉันทราคะ" (ความกำหนัดพอใจ) ในอุปาทานขันธ์ ๕ นั่นเองเป็นตัวอุปาทาน. การที่ฉันทราคะในอุปาทานขันธ์ ๕ แตกต่างกันไปนั้นก็เพราะบุคคลบางคนมีความปรารถนาในอนาคตว่า "ขอเราพึงมีรูปอย่างนี้ เวทนาอย่างนี้ สัญญาอย่างนี้ สังขารอย่างนี้ วิญญาณอย่างนี้" ซึ่งแสดงถึงความอยากและตัณหาในขันธ์.

พระพุทธเจ้าทรงสอนให้พิจารณาขันธ์ทั้ง ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายใน ภายนอก หยาบ ละเอียด เลว ประณีต หรือไกล ใกล้ ว่า "ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา" และไม่ควรที่จะเห็นว่าสิ่งเหล่านั้นเป็น "ของเรา" "เราเป็นนั่น" หรือ "นั่นเป็นอัตตาของเรา" การที่เห็นเช่นนั้นย่อมไม่สมควร เพราะสิ่งที่ไม่เที่ยงและเป็นทุกข์ย่อมไม่ใช่ตัวตนของเรา.

เมื่ออริยสาวกผู้ได้สดับแล้วพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงเช่นนี้ ย่อมเกิดความเบื่อหน่ายในรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่ายย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จิตก็ย่อมหลุดพ้น เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า "หลุดพ้นแล้ว" และรู้ชัดว่า "ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี". ท้ายพระสูตรนี้ เมื่อพระผู้มีพระภาคกำลังตรัสเทศนาอยู่ ภิกษุประมาณ ๖๐ รูป ได้มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่น (บรรลุอรหัตตผล).

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-02




พระสูตรสำคัญในพระไตรปิฎกเล่มที่ 14
พระสูตร ผู้แสดงธรรม
อานาปานัสสติสูตรพระพุทธเจ้า
กายคตาสติสูตรพระพุทธเจ้า
สฬายตนวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
ธาตุวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
ทักขิณาวิภังคสูตรพระพุทธเจ้า
อินทริยภาวนาสูตรพระพุทธเจ้า
ภูมิชสูตรพระพุทธเจ้า
คณกโมคคัลลานสูตรพระพุทธเจ้า
ฉฉักกสูตรพระพุทธเจ้า
เทวทหสูตรพระพุทธเจ้า

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม

Copyright © 2026 Buddhaparisa.org