With Moggallāna the Accountant
คณกโมคคัลลานสูตร (MN 107) เป็นพระสูตรในมัชฌิมนิกายที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่พราหมณ์คณกะโมคคัลลานะ ณ บุพพาราม ในนครสาวัตถี พราหมณ์คณกะโมคคัลลานะได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าและสอบถามว่า ในพระธรรมวินัยนี้มีการศึกษา การกระทำ และการปฏิบัติที่เป็นไปตามลำดับหรือไม่ เหมือนกับการฝึกหัดในสาขาอาชีพต่างๆ เช่น การฝึกม้า การเรียนคัมภีร์ของพราหมณ์ หรือการคำนวณของนักบัญชี.
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า มีการศึกษา การกระทำ และการปฏิบัติที่เป็นไปตามลำดับในพระธรรมวินัยนี้เช่นกัน โดยทรงเปรียบเทียบกับการฝึกม้าอาชาไนยที่คนฝึกม้าผู้ฉลาดจะเริ่มจากการฝึกให้คุ้นเคยกับบังเหียนก่อน แล้วจึงค่อยๆ ฝึกขั้นต่อไป. สำหรับผู้ที่ตถาคตควรฝึก พระองค์จะทรงแนะนำโดยลำดับดังนี้:
ประการแรก ภิกษุพึงเป็นผู้มีศีล สำรวมในปาติโมกขสังวร ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร เห็นภัยในโทษแม้เพียงเล็กน้อย และสมาทานศึกษาในสิกขาบททั้งหลาย. ถัดมา คือการสำรวมอินทรีย์ โดยไม่ถือเอาโดยนิมิตหรืออนุพยัญชนะเมื่อเห็นรูปด้วยตา ได้ยินเสียงด้วยหู เป็นต้น เพื่อป้องกันอกุศลธรรมเข้าครอบงำ. หลังจากนั้น คือการรู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ไม่บริโภคเพื่อความสนุก เพื่อความมัวเมา หรือเพื่อความประดับตกแต่ง แต่เพื่อยังอัตภาพให้เป็นไป เพื่อบรรเทาเวทนาเก่าและไม่ให้เวทนาใหม่เกิดขึ้น และเพื่ออนุเคราะห์พรหมจรรย์.
ต่อมาคือการประกอบเนืองๆ ซึ่งความเป็นผู้ตื่นอยู่ หมั่นเจริญสติสัมปชัญญะ และปรารถนาเสนาสนะอันสงัด. เมื่อเข้าที่สงัดแล้ว พึงนั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่นเฉพาะหน้า แล้วละนิวรณ์ 5 ประการ ได้แก่ อภิชฌา (ความเพ่งเล็งอยากได้) พยาบาท (ความปองร้าย) ถีนมิทธะ (ความท้อแท้ ง่วงงุน) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่าน รำคาญใจ) และวิจิกิจฉา (ความสงสัย) ซึ่งเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิตและทำให้ปัญญาอ่อนกำลัง.
เมื่อละนิวรณ์ 5 ได้แล้ว ภิกษุนั้นย่อมบรรลุรูปฌานทั้งสี่ตามลำดับ โดยลำดับแห่งการขจัดอกุศลธรรมและพัฒนาจิตให้สงบประณีตขึ้นไป. ในท้ายสุด พระพุทธเจ้าตรัสว่าแม้พระนิพพานและหนทางสู่พระนิพพานจะดำรงอยู่ แต่ก็มีสาวกส่วนน้อยเท่านั้นที่ยินดีในพระนิพพาน บางพวกถึงนิพพานได้ บางพวกก็ไม่ถึง เพราะตถาคตเป็นเพียงผู้ชี้ทางให้เท่านั้น.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →