| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 14 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | บุพพาราม กรุงสาวัตถี |
| Link | จูฬปุณณมสูตร |
จูฬปุณณมสูตร หรือ จุลปุณณมาสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในมัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมนี้ ณ ปราสาทของมิคารมารดา ในบุพพาราม เขตกรุงสาวัตถี ในคืนวันอุโบสถเพ็ญเดือนเต็ม เพื่อเปรียบเทียบและชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง "อสัตบุรุษ" (คนไม่ดี) และ "สัตบุรุษ" (คนดี) โดยละเอียดลออทั้งในด้านคุณธรรม ความคิด การกระทำ และทิฏฐิ (ความเห็น)
พระพุทธองค์ทรงเริ่มด้วยคำถามว่า อสัตบุรุษจะรู้จักอสัตบุรุษด้วยกัน หรือรู้จักสัตบุรุษหรือไม่ และสัตบุรุษจะรู้จักสัตบุรุษด้วยกัน หรือรู้จักอสัตบุรุษหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว อสัตบุรุษมักจะไม่รู้จักทั้งอสัตบุรุษและสัตบุรุษตามความเป็นจริง แต่สัตบุรุษย่อมรู้จักทั้งสองประเภทได้ดีกว่า
หัวใจของพระสูตรนี้คือการจำแนกคุณสมบัติของบุคคลทั้งสองประเภท อสัตบุรุษนั้นเป็นผู้ประกอบด้วยธรรมของอสัตบุรุษ คือ ไม่มีศรัทธา ไม่มีความละอายแก่ใจ (หิริ) ไม่มีความเกรงกลัวต่อบาป (โอตตัปปะ) มีสุตะ (ความรู้ที่ได้ฟังมา) น้อย เกียจคร้าน มีสติหลงลืม และมีปัญญาทราม พวกเขามักคบหาสมาคมกับผู้มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน มีความคิดที่มุ่งเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย มีความรู้ที่นำไปสู่ความเบียดเบียน พูดจาหยาบคาย และทำการงานที่เป็นอกุศล ทิฏฐิของอสัตบุรุษนั้นผิดเพี้ยน โดยมีความเห็นว่า ทานที่ให้ไม่มีผล การบูชายัญไม่มีผล กรรมดีกรรมชั่วไม่มีผล โลกนี้โลกหน้าไม่มี มารดาบิดาไม่มีคุณ และสมณพราหมณ์ผู้บรรลุธรรมด้วยปัญญาอันยิ่งย่อมไม่มีในโลก แม้การให้ทานของอสัตบุรุษก็กระทำไปโดยไม่มีความเคารพ ไม่มีการสำรวม ไม่มีความเชื่อในผลของกรรม
ในทางตรงกันข้าม สัตบุรุษคือผู้ที่ตรงกันข้ามกับอสัตบุรุษโดยสิ้นเชิง พวกเขามีศรัทธา มีหิริโอตตัปปะ มีสุตะมาก ไม่เกียจคร้าน มีสติมั่นคง และมีปัญญาดี สัตบุรุษย่อมคบหาสมาคมกับผู้มีคุณธรรมเช่นเดียวกัน มีความคิดที่มุ่งประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย มีความรู้ที่นำไปสู่ประโยชน์ พูดจาไพเราะ และทำการงานที่เป็นกุศล มีสัมมาทิฏฐิ คือเชื่อในผลของกรรม โลกนี้โลกหน้า มารดาบิดามีคุณ และการมีอยู่ของสมณพราหมณ์ผู้บรรลุธรรม การให้ทานของสัตบุรุษจึงกระทำด้วยความเคารพ มีการสำรวม และเชื่อมั่นในผลของกรรม
พระสูตรนี้จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพิจารณาตนเองและผู้อื่นด้วยปัญญา เพื่อให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของคุณธรรมและพฤติกรรมที่นำไปสู่ความเจริญหรือความเสื่อม อันเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและสังคม
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| อานาปานัสสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กายคตาสติสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สฬายตนวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ธาตุวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทักขิณาวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อินทริยภาวนาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปัญจัตตยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อนาถปิณฑิโกวาทสูตร | พระสารีบุตร |
| มหากัมมวิภังคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ฉฉักกสูตร | พระพุทธเจ้า |