One by One
อนุปทสูตร (มัชฌิมนิกายที่ ๑๑๑) เป็นพระสูตรสำคัญในพระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ ซึ่งพระพุทธองค์ทรงสรรเสริญและพรรณนาถึงภูมิธรรมอันบริสุทธิ์ของพระสารีบุตร พระอัครสาวกเบื้องขวาผู้เป็นเลิศทางปัญญา โดยทรงแสดงถึงวิธีการที่พระสารีบุตรได้บำเพ็ญเพียรและเจริญปัญญาเห็นแจ้งธรรมไปตามลำดับบท เพื่อบรรลุอรหัตผล
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงยกย่องพระสารีบุตรว่าเป็นบัณฑิตผู้มีปัญญามาก มีปัญญากว้างขวาง มีปัญญาร่าเริง มีปัญญาว่องไว มีปัญญาเฉียบแหลม และมีปัญญาเพิกถอนกิเลส พระองค์ทรงเล่าว่า เพียงกึ่งเดือน พระสารีบุตรก็สามารถเห็นแจ้งธรรมตามลำดับบทได้ ซึ่งแสดงถึงความลึกซึ้งและรวดเร็วในปัญญาของท่าน
สาระสำคัญของอนุปทสูตรอยู่ที่การอธิบายถึง "นวานุปุพพวิหาร" หรือธรรมเป็นเครื่องอยู่โดยลำดับ ๙ ประการ ที่พระสารีบุตรได้เข้าถึงและพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนในแต่ละขั้น ได้แก่:
ประการแรก คือ **รูปฌาน ๔** เริ่มจากปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน และจตุตถฌาน ในแต่ละฌาน พระสารีบุตรเข้าถึงด้วยการสงัดจากกามและอกุศลธรรม แล้วพิจารณาองค์ธรรมที่ประกอบอยู่ในฌานนั้นๆ อย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็น วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา วิญญาณ ฉันทะ อธิโมกข์ วิริยะ สติ อุเบกขา และมนสิการ ท่านกำหนดรู้ธรรมเหล่านั้นโดยลำดับบท คือรู้แจ้งทั้งขณะที่ธรรมนั้นเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป พระสารีบุตรรู้ชัดว่าธรรมเหล่านั้น "ที่ไม่มีแก่เรา ย่อมมี ที่มีแล้วย่อมเสื่อมไป" ท่านไม่ยินดี ไม่ยินร้าย อันกิเลสไม่อาศัย ไม่พัวพัน พ้นวิเศษแล้ว พรากได้แล้วในธรรมนั้นๆ มีใจอันกระทำให้ปราศจากเขตแดนอยู่
ประการต่อมา คือ **อรูปฌาน ๔** ได้แก่ อากาสานัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญายตนะ และเนวสัญญานาสัญญายตนะ ในทำนองเดียวกัน พระสารีบุตรก็เข้าถึงและพิจารณาธรรมในอรูปฌานแต่ละขั้นอย่างแจ่มแจ้ง โดยเห็นความเกิดดับของธรรมนั้นๆ และไม่ยึดมั่นถือมั่น
ประการสุดท้าย คือ **สัญญาเวทยิตนิโรธ** หรือการเข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ซึ่งเป็นการดับสัญญาและเวทนาทั้งหมด การเข้าถึงสภาวะนี้ทำให้ท่านพ้นจากกิเลสาสวะทั้งปวง เป็นผู้หลุดพ้นอย่างแท้จริง เป็นพระอรหันต์เช่นเดียวกับพระพุทธเจ้า
โดยสรุป อนุปทสูตรแสดงให้เห็นถึงแบบแผนการปฏิบัติเพื่อเข้าถึงความหลุดพ้น โดยเน้นย้ำถึงการพิจารณาธรรมตามลำดับขั้นของฌานและสมาบัติอย่างละเอียดถี่ถ้วน การรู้แจ้งถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และความเป็นอนัตตาของธรรมทั้งหลายที่เกิดขึ้นและดับไป ทำให้จิตไม่ยินดี ไม่ยินร้าย ไม่ยึดมั่นถือมั่น จนกระทั่งบรรลุถึงที่สุดแห่งทุกข์
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →