| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 12 |
| นิกาย | มัชฌิมนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | พระเชตวัน กรุงสาวัตถี |
| Link | วัตถูปมสูตร |
วัตถูปมสูตร เป็นพระสูตรลำดับที่ ๗ ในมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระสุตตันตปิฎก. พระสูตรนี้ใช้เรื่อง "ผ้า" เป็นอุปมาเปรียบเทียบกับ "จิต" โดยกล่าวว่า ผ้าที่สกปรกเปื้อนคราบ เมื่อนำไปย้อมสีใดย่อมย้อมไม่ติดหรือติดไม่ดี ฉันใด จิตที่เศร้าหมองด้วยอุปกิเลส ก็ย่อมไม่สามารถบรรลุสุคติได้ ฉันนั้น. แต่หากผ้าสะอาด บริสุทธิ์ เมื่อนำไปย้อมสีใดย่อมติดสีดี สดใส ฉันใด จิตที่ผ่องใสปราศจากอุปกิเลส ก็ย่อมนำไปสู่สุคติได้ ฉันนั้น.
พระพุทธองค์ทรงแสดงอุปกิเลส ๑๖ ประการ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิตที่ต้องละทิ้ง ได้แก่ อภิชฌาวิสมโลภะ (ความโลภไม่สม่ำเสมอ), พยาบาท (ความคิดปองร้าย), โกธะ (ความโกรธ), อุปนาหะ (ความผูกโกรธ), มักขะ (ความลบหลู่คุณท่าน), ปฬาสะ (ความตีเสมอ), อิสสา (ความริษยา), มัจฉริยะ (ความตระหนี่), มายา (มารยา), สาเถยยะ (ความโอ้อวด), ถัมภะ (ความหัวดื้อ), สารัมภะ (ความแข่งดี), มานะ (ความถือตัว), อติมานะ (ความดูหมิ่นเขา), มทะ (ความมัวเมา) และปมาทะ (ความเลินเล่อ).
เมื่อภิกษุพิจารณาเห็นและละอุปกิเลสเหล่านี้ได้ ย่อมเกิดความเลื่อมใสอันแน่วแน่ในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ และจะเจริญในธรรมจนเกิดปิติ สุข และจิตตั้งมั่น นอกจากนี้ พระสูตรยังกล่าวถึงการเจริญพรหมวิหาร ๔ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา และเน้นย้ำว่า ความบริสุทธิ์ที่แท้จริงไม่ได้มาจากการอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่มาจากการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ต่างหาก.
ตอนท้ายของพระสูตร สุนทริกภารทวาชพราหมณ์ ซึ่งนั่งฟังธรรมอยู่ ได้ทูลถามพระพุทธองค์เกี่ยวกับการอาบน้ำในแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ หลังจากฟังพระดำรัส พราหมณ์ได้เข้าใจในธรรมและขอบรรพชาอุปสมบทในที่สุด และไม่นานก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| สัมมาทิฏฐิสูตร | พระสารีบุตร |
| มหาสติปัฏฐานสูตร ๑ | พระพุทธเจ้า |
| อลคัททูปมสูตร | พระพุทธเจ้า |
| รถวินีตสูตร | พระปุณณมันตานีบุตร |
| มหาโคสิงคสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สาเลยยกสูตร | พระพุทธเจ้า |
| มหาเวทัลลสูตร | พระสารีบุตร |
| จูฬเวทัลลสูตร | ธัมมทินนาเถรี |
| ธัมมทายาทสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กกจูปมสูตร | พระพุทธเจ้า |