Right View
สัมมาทิฏฐิสูตร (MN 9) จากพระไตรปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เป็นพระสูตรที่สำคัญยิ่ง ซึ่งพระสารีบุตรได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายเพื่ออธิบายความหมายของ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) ซึ่งเป็นองค์แรกในอริยมรรคมีองค์ ๘ โดยละเอียด เริ่มตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงขั้นลึกซึ้ง
พระสารีบุตรเริ่มอธิบายว่า เมื่ออริยสาวกรู้ชัดซึ่งอกุศลและรากเหง้าแห่งอกุศล (โลภะ โทสะ โมหะ) และรู้ชัดซึ่งกุศลและรากเหง้าแห่งกุศล (อโลภะ อโทสะ อโมหะ) อย่างถูกต้อง ก็จัดว่าเป็นผู้มีสัมมาทิฏฐิ จากนั้นท่านได้อธิบายต่อไปถึงอาหาร ๔ ประการ (กวฬิงการาหาร, ผัสสาหาร, มโนสัญเจตนาหาร, วิญญาณาหาร) เหตุเกิดแห่งอาหาร (คือตัณหา) ความดับแห่งอาหาร และปฏิปทาอันเป็นไปเพื่อความดับแห่งอาหาร อันได้แก่อริยมรรคมีองค์ ๘
ลำดับต่อมา พระสารีบุตรได้ขยายความถึงการรู้แจ้งใน อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ (การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ความโศกเสียใจ การประสบสิ่งไม่น่าพอใจ การพลัดพรากจากสิ่งน่าพอใจ และโดยย่อคืออุปาทานขันธ์ ๕) ทุกขสมุทัย (ตัณหา ๓ คือ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา) ทุกขนิโรธ (ความดับตัณหาโดยไม่เหลือ) และทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา (อริยมรรคมีองค์ ๘)
พระสูตรยังขยายความถึงการเข้าใจในปฏิจจสมุปบาทอย่างลึกซึ้ง โดยอธิบายตั้งแต่ ชราและมรณะ ชาติ ภพ อุปาทาน ตัณหา เวทนา ผัสสะ สฬายตนะ นามรูป วิญญาณ สังขาร และอวิชชา ซึ่งแต่ละข้อล้วนมีเหตุเกิด มีความดับ และมีปฏิปทาอันเป็นไปเพื่อความดับด้วยอริยมรรคมีองค์ ๘ สุดท้าย ผู้ที่รู้ชัดซึ่งอาสวะ (กิเลสเครื่องดองสันดาน) เหตุเกิดแห่งอาสวะ ความดับแห่งอาสวะ และปฏิปทาอันเป็นไปเพื่อความดับอาสวะอย่างแจ่มแจ้ง ย่อมละราคานุสัย บรรเทาปฏิฆานุสัย ถอนทิฏฐิมานานุสัย ละอวิชชา ยังวิชชาให้เกิดขึ้น และกระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ในปัจจุบัน ผู้เช่นนี้แลชื่อว่ามีสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นตรงแน่วแน่ในพระสัทธรรมนี้
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →