Dhammadāyādasutta

ธัมมทายาทสูตร

Heirs in the Teaching

ข้อมูลพระสูตร
พระไตรปิฎกเล่มที่ 12
นิกายมัชฌิมนิกาย
ผู้แสดงธรรมพระพุทธเจ้า
ผู้ฟังหมู่ภิกษุ
สถานที่พระเชตวัน กรุงสาวัตถี
อ่านพระสูตรธัมมทายาทสูตร →

สรุปเนื้อหา ธัมมทายาทสูตร

ธัมมทายาทสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในมัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ณ วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี ด้วยความเอ็นดูต่อภิกษุทั้งหลาย โดยมีพระประสงค์ให้ภิกษุทั้งปวงเป็น "ธรรมทายาท" คือผู้รับมรดกธรรมของพระองค์ อย่าได้เป็น "อามิสทายาท" คือผู้รับมรดกอันเป็นวัตถุสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค

สาเหตุที่ทรงแสดงพระสูตรนี้ เนื่องจากมีภิกษุบางรูปเริ่มติดข้องในลาภสักการะที่เกิดขึ้นกับพระพุทธองค์และหมู่สงฆ์ พระพุทธองค์ทรงเห็นว่าการเป็นอามิสทายาทนั้นจะนำมาซึ่งคำติเตียนจากวิญญูชน ทั้งต่อตัวภิกษุเองและต่อพระองค์ พระองค์ทรงยกตัวอย่างประกอบว่า ครั้งหนึ่งเมื่อทรงฉันภัตตาหารเสร็จแล้วมีบิณฑบาตเหลือ ภิกษุสองรูปผู้หิวจัดมาเฝ้า พระพุทธองค์ตรัสอนุญาตให้ฉันได้ ภิกษุรูปหนึ่งอดทนต่อความหิว ไม่ฉันบิณฑบาตนั้น โดยระลึกถึงพุทธพจน์เรื่องธรรมทายาท แต่อีกรูปหนึ่งฉัน พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญภิกษุรูปแรกผู้ยอมอดทนความหิวมากกว่า

หลังจากนั้น พระสารีบุตรได้อธิบายขยายความเพิ่มเติมว่า ภิกษุผู้เป็นอามิสทายาทจะถูกตำหนิ ๓ ประการ คือ ไม่ศึกษาความสงัดตามที่พระศาสดาทรงสอน ไม่ละธรรมที่ควรละ และเป็นผู้มักมาก ย่อหย่อน ตกอยู่ในอำนาจนิวรณ์ ๕ ส่วนภิกษุผู้เป็นธรรมทายาทจะได้รับการสรรเสริญ ๓ ประการ คือ ศึกษาความสงัด ละธรรมอันลามก และไม่มักมาก ไม่ย่อหย่อน ไม่ตกอยู่ในอำนาจนิวรณ์ ๕

ธรรมอันลามกที่ควรละนั้น ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ มายา โอ้อวด ตระหนี่ มานะ เป็นต้น การละธรรมเหล่านี้ทำได้ด้วยการอาศัยข้อปฏิบัติอันเป็นทางสายกลาง คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่ความสงบระงับ ความรู้ยิ่ง การตรัสรู้ และพระนิพพาน อันเป็นมรดกธรรมที่แท้จริง

อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-13
สารบัญพระไตรปิฎก · Tipiṭaka