มหาโคสิงคสูตร (MN32) บันทึกเรื่องราวขณะพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ สวนป่าสาละโคสิงคะ พร้อมด้วยพระอรหันต์ผู้ใหญ่หลายรูป อาทิ พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระเรวตะ และพระอานนท์
ในยามเย็น พระโมคคัลลานะชวนพระมหากัสสปะ (พร้อมพระอนุรุทธะ) ไปสนทนาธรรมกับพระสารีบุตร และพระอานนท์ก็ชวนพระเรวตะไปร่วมด้วย เมื่อมาถึง พระสารีบุตรได้ตั้งคำถามว่า “ภิกษุแบบไหนที่จักยังป่าสาละโคสิงคะนี้ให้งดงาม?”
พระเถระแต่ละรูปได้แสดงทัศนะของตน ซึ่งล้วนสะท้อนถึงคุณธรรมและปฏิปทาอันเป็นเลิศที่ตนเชี่ยวชาญ ได้แก่:
- พระอานนท์: ภิกษุผู้เป็นพหูสูต ทรงจำธรรมที่ไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดได้เป็นอย่างดี และสั่งสอนบริษัท ๔ เพื่อถอนอนุสัย
- พระเรวตะ: ภิกษุผู้ยินดีในที่สงัด รักความสงัด มีความสงบใจภายใน ไม่ละทิ้งฌาน ประกอบด้วยปัญญา และเข้าไปอยู่ในเรือนว่าง
- พระอนุรุทธะ: ภิกษุผู้มีทิพยจักษุอันบริสุทธิ์ยิ่งกว่าของมนุษย์ มองเห็นโลกธาตุได้เป็นพันๆ
- พระมหากัสสปะ: ภิกษุผู้ถือธุดงควัตรอย่างเคร่งครัด เช่น อยู่ป่า บิณฑบาต นุ่งห่มผ้าบังสุกุล มีผ้าเพียงสามผืน มักน้อย สันโดษ สงัด วิริยะ และถึงพร้อมด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ
- พระโมคคัลลานะ: ภิกษุผู้สนทนาอภิธรรมกถากับภิกษุรูปอื่น โดยถาม-ตอบปัญหาธรรมได้อย่างไม่ติดขัด ทำให้การสนทนาธรรมดำเนินไปอย่างราบรื่น
- พระสารีบุตร: ภิกษุผู้มีจิตเป็นใหญ่ ไม่ถูกจิตครอบงำ สามารถเข้าถึงฌานหรือสมาบัติใดๆ ได้ตามปรารถนา ทั้งในเวลาเช้า กลางวัน และเย็น เปรียบเหมือนกษัตริย์ที่เลือกฉลองพระองค์ได้ตามต้องการ
หลังจากทุกคนกล่าวจบ พระเถระเหล่านั้นจึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด พระพุทธเจ้าทรงชมเชยคำตอบของแต่ละรูปว่า "ดีแล้ว ดีแล้ว" และเหมาะสมกับปฏิปทาของท่านเหล่านั้น
เมื่อพระสารีบุตรทูลถามว่า "พระองค์ผู้เจริญ ใครหนอแลกล่าวดีแล้ว?" พระพุทธเจ้าตรัสว่า "พวกเธอทุกคนต่างกล่าวดีแล้ว แต่ถ้าถามตถาคตแล้ว ภิกษุที่ยังป่าโคสิงคะให้งดงามคือ ภิกษุผู้กลับจากบิณฑบาต นั่งขัดสมาธิ ตั้งกายตรง ดำรงสติมั่นในเบื้องหน้า อธิษฐานว่า ‘เราจะไม่ทำลายท่านั่งนี้จนกว่าจิตจะหลุดพ้นจากอาสวะเพราะไม่ยึดมั่น!’" พระเถระทั้งหลายต่างชื่นชมยินดีในพระดำรัสของพระพุทธเจ้า
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมหาโคสิงคสูตร