| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระมหาโมคคัลลานะ |
| ผู้ฟัง | เทพชั้นดาวดึงส์ |
| สถานที่ | สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ |
| Link | ทุติยเทวจาริกสูตร |
ทุติยเทวจาริกสูตร เป็นพระสูตรหนึ่งในสังยุตตนิกาย สคาถวรรค สักกสังยุตต์ ซึ่งเป็นหมวดที่รวบรวมพระสูตรที่เกี่ยวข้องกับท้าวสักกะจอมเทพ พระสูตรนี้อยู่ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๕ เนื้อหาหลักของพระสูตรนี้กล่าวถึงเหตุที่ทำให้ท้าวสักกะ ผู้เป็นจอมเทพแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้มาซึ่งตำแหน่งและความเป็นใหญ่เช่นนั้น โดยพระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี
พระผู้มีพระภาคตรัสเล่าว่า ในกาลก่อนเมื่อครั้งที่ท้าวสักกะยังเป็นมนุษย์ ได้มีนามว่า "มฆะมาณพ" ซึ่งเป็นผู้ตั้งมั่นในการบำเพ็ญวัตรปฏิบัติ ๗ ประการอย่างสมบูรณ์ และด้วยการสมาทานวัตรบทเหล่านี้นี่เอง จึงเป็นเหตุให้ท่านได้ไปอุบัติเป็นท้าวสักกะจอมเทพ ชื่อเรียกต่างๆ ของท้าวสักกะล้วนมาจากคุณธรรมที่ท่านได้บำเพ็ญมา เช่น "ท้าวมฆวาน" มาจากชื่อเดิมของท่าน, "ท้าวปุรินททะ" มาจากการเป็นผู้ให้ทานมาก่อน, "ท้าวสักกะ" มาจากการให้ทานโดยเคารพ, "ท้าววาสวะ" มาจากการให้ที่พักอาศัย, "ท้าวสหัสนัยน์" มาจากการที่ทรงคิดเนื้อความได้ตั้งพันโดยครู่เดียว, "ท้าวสุชัมบดี" มาจากการมีนางอสุรกัญญานามว่าสุชาเป็นอัครมเหสี, และ "ท้าวเทวานมินทะ" มาจากการเสวยราชสมบัติอันมีความเป็นใหญ่ยิ่งด้วยความเป็นใหญ่แห่งเทพชั้นดาวดึงส์
วัตรบท ๗ ประการที่ท้าวสักกะสมาทานอย่างบริบูรณ์เมื่อครั้งยังเป็นมนุษย์นั้น ประกอบด้วยหลักธรรมสำคัญที่ควรแก่การประพฤติปฏิบัติสำหรับผู้ปรารถนาความสุขความเจริญ อันได้แก่ ๑. พึงเลี้ยงดูมารดาและบิดาตลอดชีวิต ๒. พึงประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ในตระกูลตลอดชีวิต ๓. พึงพูดจาด้วยคำอ่อนหวานตลอดชีวิต ๔. ไม่พึงพูดคำส่อเสียดตลอดชีวิต ๕. พึงมีใจปราศจากความตระหนี่ เป็นผู้มีปกติให้ทานอยู่เสมอ มีมือชุ่มด้วยการให้ ยินดีในการเสียสละ ควรที่ผู้อื่นจะขอ และยินดีในการแจกจ่ายทานตลอดชีวิต ๖. พึงพูดแต่คำสัตย์ตลอดชีวิต ๗. ไม่พึงโกรธตลอดชีวิต และหากความโกรธเกิดขึ้น ก็พึงกำจัดเสียโดยพลัน
พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า การที่ท้าวสักกะได้บรรลุความเป็นจอมเทพนั้น ก็เพราะการสมาทานและบำเพ็ญวัตรบททั้ง ๗ ประการนี้อย่างบริบูรณ์ พระสูตรนี้จึงเป็นเครื่องเตือนใจว่า การบำเพ็ญคุณธรรมความดีงามในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลี้ยงดูบิดามารดา การเคารพผู้ใหญ่ การพูดจาอ่อนหวาน การเว้นจากวจีทุจริต การเป็นผู้ให้ และการควบคุมความโกรธ ล้วนเป็นทางมาแห่งความเจริญและความสุข ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า เปรียบได้กับการสร้างเหตุปัจจัยอันดีงามที่จะนำไปสู่ผลอันเลิศต่อไป
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สมัตตสูตรที่ ๖ | พระพุทธเจ้า |
| วิธาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยสังขิตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปริญญาตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อุปวาณสูตร | พระอุปวาณะ |
| โมคคัลลานสูตรที่ ๑๑ | พระพุทธเจ้า |
| อินทรีย์ โสตาปันนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| สติสูตรที่ ๒ | พระพุทธเจ้า |