The Sun
สุริยสูตร (SN 2.10) จากสังยุตตนิกาย เป็นพระสูตรที่กล่าวถึงเหตุการณ์อัศจรรย์ที่สุริยเทพบุตร ถูกอสุรินทราหูเข้าจับตัวไว้ ณ กรุงสาวัตถี ในขณะที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี.
เมื่อสุริยเทพบุตรตกอยู่ในความทุกข์ ได้ระลึกถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วกล่าวคาถาขอพึ่งพระองค์ โดยกล่าวว่า "ข้าแต่พระพุทธเจ้าผู้แกล้วกล้า ขอความนอบน้อมจงมีแด่พระองค์ พระองค์เป็นผู้หลุดพ้นแล้วจากกิเลสทั้งปวง ข้าพระองค์ตกอยู่ในภาวะคับขัน ขอพระองค์จงเป็นสรณะแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด". การระลึกถึงพระพุทธเจ้าและขอพึ่งพิงนี้แสดงถึงศรัทธาและความเคารพอย่างสูงของสุริยเทพบุตร.
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคได้ทรงตรัสคาถาไปยังอสุรินทราหู เพื่อให้ปล่อยสุริยเทพบุตร โดยตรัสว่า "สุริยเทพบุตรถึงตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์เป็นสรณะ ราหู ท่านจงปล่อยสุริยเทพบุตรเสียเถิด พระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นผู้อนุเคราะห์สัตว์โลก". และยังตรัสเตือนราหูอีกว่า "สุริยเทพบุตรเป็นผู้ส่องแสง ทำความสว่างในที่มืดมิด มีสัณฐานเป็นวงกลม มีเดชสูง ท่านอย่าอมสุริยเทพบุตรผู้เที่ยวไปในอากาศเลย ราหู ท่านจงปล่อยสุริยเทพบุตรผู้เป็นบุตรของเราเสียเถิด". การที่พระพุทธองค์ตรัสเรียกว่า "บุตรของเรา" นั้น อรรถกถาอธิบายว่า เนื่องจากสุริยเทพบุตร (และจันทิมเทพบุตร) บรรลุโสดาปัตติผลในวันตรัสมหาสมัยสูตร จึงถือเป็นบุตรทางธรรมของพระองค์.
ด้วยพุทธานุภาพและพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค ทำให้อสุรินทราหูต้องปล่อยสุริยเทพบุตรทันที ด้วยความตกใจและขนพองสยองเกล้า เขารีบเข้าไปหาท้าวเวปจิตติ จอมอสูรผู้เป็นใหญ่. ท้าวเวปจิตติได้ถามราหูว่าทำไมจึงรีบมาและดูหวาดกลัวเช่นนี้ ราหูจึงตอบว่า "ข้าพเจ้าถูกขับด้วยคาถาของพระพุทธเจ้า หากข้าพเจ้าไม่พึงปล่อยสุริยเทพบุตร ศีรษะของข้าพเจ้าพึงแตก ๗ เสี่ยง มีชีวิตอยู่ก็จะไม่ได้รับความสุขเลย". พระสูตรนี้จึงแสดงให้เห็นถึงพระพุทธานุภาพและความเมตตาของพระพุทธเจ้าที่ช่วยคุ้มครองสรรพสัตว์.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →