| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | |
| Link | ทุติยภิกขุสูตร |
ทุติยภิกขุสูตร เป็นพระสูตรสำคัญบทหนึ่งในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ซึ่งพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ณ พระเชตวันมหาวิหาร อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ใกล้กรุงสาวัตถี. พระสูตรนี้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติธรรมอันเป็นเอก (สิ่งเดียว) ที่เมื่อเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมนำไปสู่ความบริบูรณ์แห่งธรรมหลายประการต่อเนื่องกันไป จนกระทั่งถึงที่สุดแห่งทุกข์ คือ วิชชาและวิมุตติ (ความรู้แจ้งและความหลุดพ้น).
เริ่มต้นด้วยพระผู้มีพระภาคตรัสถามภิกษุทั้งหลายว่า มีธรรมอันเป็นเอกที่ภิกษุเจริญแล้วทำให้ธรรม ๔ ประการบริบูรณ์ ธรรม ๔ ประการทำให้ธรรม ๗ ประการบริบูรณ์ และธรรม ๗ ประการทำให้ธรรม ๒ ประการบริบูรณ์หรือไม่. เมื่อภิกษุทั้งหลายทูลตอบว่าพระผู้มีพระภาคเป็นหลักของพวกตน พระพุทธองค์จึงได้ทรงแสดงธรรมนั้น.
ธรรมอันเป็นเอกที่ทรงกล่าวถึงคือ "อานาปานสติสมาธิ" หรือสมาธิที่เกิดจากการระลึกรู้ลมหายใจเข้าออก. พระพุทธองค์ทรงอธิบายว่า อานาปานสติสมาธิที่ภิกษุเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมทำให้ "สติปัฏฐาน ๔" ประการบริบูรณ์. สติปัฏฐาน ๔ คือ การพิจารณาเห็นกายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรมอยู่ มีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้.
การเจริญอานาปานสติสมาธิที่ทำให้สติปัฏฐาน ๔ บริบูรณ์นั้น เริ่มจากการที่ภิกษุไปสู่ป่า โคนไม้ หรือเรือนว่าง นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า มีสติหายใจเข้าและหายใจออก. โดยกำหนดรู้ลมหายใจยาว ลมหายใจสั้น รู้แจ้งกองลมทั้งปวง และระงับกายสังขาร. จากนั้นจึงสำเหนียกว่าจะรู้แจ้งปีติ สุข จิตสังขาร และระงับจิตสังขาร. แล้วจึงสำเหนียกว่าจะรู้แจ้งจิต ทำให้จิตปราโมทย์ ตั้งมั่น และปล่อยวาง. และในที่สุด สำเหนียกว่าจะพิจารณาเห็นความไม่เที่ยง ความคลายกำหนัด ความดับ และความสละคืน ทั้งในการหายใจเข้าและหายใจออก.
เมื่อสติปัฏฐาน ๔ ประการที่ภิกษุเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมทำให้ "โพชฌงค์ ๗" ประการบริบูรณ์. โพชฌงค์ ๗ คือ ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้ ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์ สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์. การเจริญสติปัฏฐานอย่างต่อเนื่อง ย่อมเสริมสร้างให้โพชฌงค์เหล่านี้เกิดขึ้นและบริบูรณ์.
และเมื่อโพชฌงค์ ๗ ประการที่ภิกษุเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมทำให้ "วิชชาและวิมุตติ" (ความรู้แจ้งในอริยสัจสี่และเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ) บริบูรณ์. นี่คือเป้าหมายสูงสุดของการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา ที่นำไปสู่การพ้นจากกิเลสและกองทุกข์ทั้งปวง. ดังนั้น ทุติยภิกขุสูตรจึงแสดงให้เห็นถึงลำดับการปฏิบัติที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ โดยมีอานาปานสติเป็นฐานรากสำคัญในการพัฒนาไปสู่การตรัสรู้และหลุดพ้น.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทัฏฐัพพสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปริญญาตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| พาฬหคิลานสูตร | พระอนุรุทธะ |
| สัตติสตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ปฐมสังขิตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| คันถสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อาวรณนีวรณสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ทุติยโกฏิคามสูตร | พระพุทธเจ้า |