พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงจักกวัตติราชสูตร ณ กรุงสาวัตถี โดยทรงเปรียบเทียบชีวิตสองแบบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ประการแรกคือ พระเจ้าจักรพรรดิ ผู้ทรงปกครองสี่ทวีป เมื่อสิ้นชีพแล้วได้ไปเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยสุขในสวนนันทวัน แวดล้อมด้วยเหล่านางอัปสรและกามคุณทิพย์ห้าประการ
แต่ถึงแม้จะได้รับความสุขและอำนาจอันยิ่งใหญ่เช่นนั้น พระองค์ก็ยัง ไม่พ้นจากอบายภูมิ ได้แก่ นรก กำเนิดเดรัจฉาน หรือเปรตวิสัย เนื่องจากยังขาดคุณสมบัติที่สำคัญสี่ประการ ขณะที่ อริยสาวก ผู้ครองชีพอย่างสมถะ นุ่งห่มผ้าบังสุกุล บิณฑบาตเลี้ยงชีพ กลับ พ้นจากอบายภูมิ เพราะประกอบด้วยคุณสมบัติสี่ประการเหล่านี้
- ความเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า: เชื่อมั่นว่าพระผู้มีพระภาคเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว รู้แจ้งโลก อนุตตโร ปุริสทัมมสารถิ สัตถา เทวมนุสสานัง พุทโธ ภควา
- ความเลื่อมใสในพระธรรม: เชื่อมั่นว่าพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้ดีแล้ว เป็นของที่เห็นได้ด้วยตนเอง ให้ผลในปัจจุบัน ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาใส่ตน และวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน
- ความเลื่อมใสในพระสงฆ์: เชื่อมั่นว่าหมู่แห่งพระสาวกของพระพุทธเจ้าปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติตรงแล้ว ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว คือ คู่แห่งบุรุษสี่คู่ นับเรียงตัวได้แปดบุรุษ เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
- ศีลที่พระอริยะรักใคร่: เป็นศีลที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไท ได้รับการสรรเสริญจากวิญญูชน ไม่ถูกตัณหาและทิฏฐิชักนำไป และเป็นไปเพื่อสมาธิ
พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า การได้ครอบครองสี่ทวีปนั้น มีค่าไม่ถึงหนึ่งในสิบหกส่วน ของการได้มาซึ่งคุณธรรมสี่ประการเหล่านี้เลย อานุภาพของราชสมบัติไม่อาจเทียบได้กับคุณธรรมภายใน ซึ่งเป็นหนทางสู่ความพ้นทุกข์และปลอดภัยจากอบายภูมิอย่างแท้จริง
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปันข้อสังเกต คำถาม หรือข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจักกวัตติราชสูตร