หน้าหลัก พระไตรปิฎก AI ธรรมะ E-Book ฐานข้อมูลวัด ติดต่อเรา
พุทธบริษัท
หน้าหลัก / พระสุตตันตปิฎก

ตติยเทวจาริกสูตร

พระไตรปิฎก เล่มที่ 19
นิกาย สังยุตตนิกาย
ผู้แสดงธรรม พระพุทธเจ้า
ผู้ฟัง เทพชั้นดาวดึงส์
สถานที่ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์
Link ตติยเทวจาริกสูตร
ธรรมจักร

สรุปเนื้อหา ตติยเทวจาริกสูตร โดยย่อ

ตติยเทวจาริกสูตร เป็นพระสูตรหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค หมวดโสตาปัตติสังยุต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๙. พระสูตรนี้กล่าวถึงการเสด็จจาริกของพระผู้มีพระภาคเจ้าไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อทรงแสดงธรรมโปรดเหล่าทวยเทพทั้งหลาย.

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหายไปจากพระเชตวัน และไปปรากฏขึ้นบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ราวกับบุรุษผู้มีกำลังเหยียดแขนออกหรือคู้แขนเข้า. ในขณะนั้น เทพชั้นดาวดึงส์จำนวนมากได้พากันเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้ายังที่ประทับ แล้วถวายอภิวาทและยืนอยู่ ณ ที่สมควร. จากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงได้ตรัสพระธรรมแก่เหล่าเทพเหล่านั้น.

พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมว่าด้วยคุณงามความดี ๔ ประการ ที่เป็นเหตุให้สัตว์บางพวกในโลกนี้เป็นพระโสดาบัน คือ ผู้ที่ไม่มีทางตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า. คุณงามความดี ๔ ประการนั้น ได้แก่:

  1. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า กล่าวคือ มีความเชื่อมั่นอย่างมั่นคงว่าพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ สมบูรณ์ด้วยวิชชาและจรณะ เสด็จไปดีแล้ว ทรงรู้แจ้งโลก เป็นสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ไม่มีผู้อื่นยิ่งกว่า เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระผู้มีพระภาค.

  2. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระธรรม กล่าวคือ มีความเชื่อมั่นอย่างมั่นคงว่าพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามาในตน อันวิญญูชนพึงรู้ได้เฉพาะตน.

  3. การประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระสงฆ์ กล่าวคือ มีความเชื่อมั่นอย่างมั่นคงว่าพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นผู้ปฏิบัติดีแล้ว ปฏิบัติชอบแล้ว ปฏิบัติเป็นธรรมแล้ว ปฏิบัติสมควรแล้ว คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ เป็นผู้ควรแก่การบูชา ควรแก่การต้อนรับ ควรแก่ทักษิณา ควรแก่การทำอัญชลี เป็นนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า.

  4. การประกอบด้วยศีลที่พระอริยะชอบใจ เป็นศีลที่ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นศีลที่เป็นไทจากกิเลส เป็นศีลที่วิญญูชนสรรเสริญ ไม่ถูกตัณหาและทิฏฐิเสียดแทง และเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ.

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงย้ำว่า การประกอบด้วยคุณธรรมทั้ง ๔ ประการนี้ เป็นความดี เป็นเหตุให้สัตว์บางพวกในโลกนี้เป็นพระโสดาบัน ผู้ไม่ตกต่ำ มีความแน่นอนที่จะตรัสรู้สัมโพธิในวันข้างหน้า. เมื่อพระพุทธองค์ตรัสจบลง เหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ก็กราบทูลยืนยันและเห็นชอบด้วยกับพระดำรัสของพระองค์ทุกประการ.

สรุปได้ว่า ตติยเทวจาริกสูตรนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีศรัทธาที่มั่นคงในพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) และการรักษาศีลอันบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการบรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน อันเป็นก้าวแรกบนเส้นทางสู่การหลุดพ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง.

ปรับปรุงข้อมูลล่าสุดวันที่ 2026-03-02




พระสูตรสำคัญในพระไตรปิฎกเล่มที่ 19
พระสูตร ผู้แสดงธรรม
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรพระพุทธเจ้า
จิรัฏฐิติสูตรพระอานนท์
ปฐมคิลานสูตรพระพุทธเจ้า
กังเขยยสูตรพระพุทธเจ้า
อิทธาทิเทสนาสูตรพระพุทธเจ้า
ปฐมโกฏิคามสูตรพระพุทธเจ้า
อัชฌัตติกายตนสูตรพระพุทธเจ้า
ปฐมวิตถารสูตรพระพุทธเจ้า
เปตติเทวเปตติวิสยสูตรพระพุทธเจ้า

สารบัญ พระไตรปิฎก

พระไตรปิฎก
พระไตรปิฎก
พระวินัยปิฎก
พระวินัย
พระสุตตันตปิฎก
พระสูตร
พระอภิธรรมปิฎก
พระอภิธรรม

Copyright © 2026 Buddhaparisa.org