With Mahānāma (1st)
พระสูตรนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อพระพุทธเจ้าประทับอยู่ที่กรุงกบิลพัสดุ์ มหานามะ ศากยะ ได้เข้าเฝ้าและกราบทูลความกังวลของตนว่า กรุงกบิลพัสดุ์เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรือง มีผู้คนพลุกพล่านคับคั่ง เมื่อเขากลับเข้าเมืองในตอนเย็น หลังจากถวายบังคมพระพุทธเจ้าหรือพระสงฆ์ผู้เป็นที่เคารพแล้ว มักจะประสบกับการจราจรที่วุ่นวายและผู้คนเบียดเสียด เขาจึงมักจะเผลอสติ ขาดการระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ และเกิดความวิตกว่า "ถ้าข้าพระพุทธเจ้าจะตายลงในเวลานี้ ข้าพระพุทธเจ้าจะไปเกิดในภพหน้า ณ ที่ใดหนอ?"
พระพุทธเจ้าทรงปลอบโยนว่า "อย่ากลัวเลย มหานามะ อย่ากลัวเลย! การตายของเธอจะไม่เป็นการตายที่ไม่ดี การเคลื่อนไปสู่ภพหน้าของเธอจะไม่เป็นการเคลื่อนไปที่ไม่ดี" พระองค์ทรงอธิบายว่า บุคคลผู้ใดที่จิตใจได้รับการปลูกฝังมาอย่างยาวนานด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา (ความเชื่อมั่นในคุณพระรัตนตรัย, การรักษากายวาจาให้ปกติ, ความใฝ่รู้ศึกษา, การให้ทาน, และปัญญา) แม้ร่างกายของเขาซึ่งประกอบด้วยธาตุสี่ ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่เที่ยงแท้ สึกหรอ และแตกสลายในที่สุด และอาจถูกสัตว์ต่างๆ กัดกินไปได้ แต่จิตของเขาจะลอยขึ้นสู่ที่สูง
พระองค์ทรงยกอุปมาด้วยการเปรียบเทียบว่า เหมือนคนทิ้งหม้อเนยใสหรือน้ำมันลงในสระน้ำลึก เมื่อหม้อแตก เศษภาชนะก็จะจมลงสู่เบื้องล่าง แต่เนยใสหรือน้ำมันที่อยู่ในหม้อนั้นจะลอยขึ้นสู่ที่สูงฉันใด จิตของผู้ที่สั่งสมคุณธรรมทั้งห้านี้มาอย่างดีแล้ว ก็จะลอยขึ้นสู่สุคติภูมิฉันนั้น พระพุทธเจ้าทรงย้ำกับมหานามะว่า "จิตของเธอ มหานามะ ได้รับการปลูกฝังมาอย่างยาวนานด้วย ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา" และทรงปลอบโยนอีกครั้งว่า "อย่ากลัวเลย มหานามะ อย่ากลัวเลย! การตายของเธอจะไม่เป็นการตายที่ไม่ดี การเคลื่อนไปสู่ภพหน้าของเธอจะไม่เป็นการเคลื่อนไปที่ไม่ดี"
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →