| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | เจ้าศากยะภัททิยะ |
| สถานที่ | กรุงกบิลพัสดุ์ |
| Link | มหานามสูตร |
มหานามสูตรในสังยุตตนิกาย เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่เจ้าศากยะพระนามว่า มหานามะ ณ นิโครธาราม ใกล้กรุงกบิลพัสดุ์. เนื้อหาหลักของพระสูตรนี้เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของอุบาสกและอุบาสิกา และความมั่นคงทางจิตใจของผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา.
เจ้ามหานามะได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่า บุคคลจะเป็นอุบาสกได้อย่างไร. พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ผู้ใดถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์เป็นสรณะ ผู้นั้นชื่อว่าเป็นอุบาสก. จากนั้นทรงอธิบายถึงอุบาสกผู้มีศีลว่า คือผู้ที่งดเว้นจากการฆ่าสัตว์, การลักทรัพย์, การประพฤติผิดในกาม, การพูดเท็จ และการดื่มสุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท (ศีล ๕).
ต่อมา เจ้ามหานามะทูลถามถึงความแตกต่างระหว่างอุบาสกที่บำเพ็ญประโยชน์เพื่อตนเองเท่านั้น กับอุบาสกที่บำเพ็ญประโยชน์ทั้งเพื่อตนเองและผู้อื่น. พระพุทธเจ้าทรงชี้แจงว่า อุบาสกที่บำเพ็ญประโยชน์เพื่อตนเองเท่านั้น คือผู้ที่มีศรัทธา ศีล จาคะ (การสละ) มีความยินดีในการพบพระสงฆ์ ฟังธรรม ระลึกถึงธรรม และปฏิบัติตามธรรมด้วยตนเอง แต่ไม่ชักชวนผู้อื่นให้กระทำเช่นนั้น. ส่วนอุบาสกที่บำเพ็ญประโยชน์ทั้งเพื่อตนเองและผู้อื่น คือผู้ที่มีคุณธรรมเหล่านี้ด้วยตนเอง และยังชักชวนผู้อื่นให้มีคุณธรรมเหล่านี้ด้วย.
ในอีกมหานามสูตรหนึ่ง เจ้ามหานามะเกิดความกังวลว่า หากตนต้องตายไปในขณะที่จิตใจฟุ้งซ่านอยู่ในเมืองกบิลพัสดุ์ที่พลุกพล่านด้วยผู้คนและยวดยานต่างๆ แล้วคติ (ภพหน้า) ของตนจะเป็นอย่างไร. พระพุทธองค์ทรงปลอบโยนว่า อย่าได้กังวลไป เพราะผู้ที่มีจิตใจอบรมมานานด้วยศรัทธา ศีล สุตะ (การศึกษาเล่าเรียน) จาคะ (การสละ) และปัญญาแล้ว แม้ร่างกายจะแตกทำลายไป จิตก็จะลอยขึ้นและแยกออกจากร่างกาย เปรียบเสมือนหม้อเนยหรือน้ำมันที่แตกในน้ำ เนยหรือน้ำมันก็จะลอยขึ้นสู่เบื้องบน ส่วนภาชนะจะจมลง.
พระพุทธองค์ทรงเน้นย้ำว่า พระอริยสาวกผู้ได้บรรลุผลและเข้าใจพระศาสนาแล้ว ย่อมอยู่ด้วยวิหารธรรมอันเป็นส่วนมาก คือการเจริญอนุสสติ ๖ ประการ ได้แก่ พุทธานุสสติ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้า), ธัมมานุสสติ (ระลึกถึงพระธรรม), สังฆานุสสติ (ระลึกถึงพระสงฆ์), สีลานุสสติ (ระลึกถึงศีลของตน), จาคานุสสติ (ระลึกถึงการบริจาคของตน) และเทวตานุสสติ (ระลึกถึงคุณธรรมของเทวดา). เมื่อจิตระลึกถึงอนุสสติเหล่านี้ จิตย่อมไม่ถูกราคะ โทสะ โมหะ กลุ้มรุม แต่จะดำเนินไปตรง ทำให้เกิดความปราโมทย์ ปีติ กายสงบ สุข และจิตตั้งมั่น. ด้วยธรรมเหล่านี้ อริยสาวกจึงเป็นผู้ถึงความสงบอยู่ในหมู่สัตว์ผู้ยังไม่สงบ และปราศจากความพยาบาทในหมู่สัตว์ผู้ยังมีความพยาบาท.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ อริยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ควัมปติสูตร | พระควัมปติ |
| โอรัมภาคิยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กามคุณสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จักกวัตติราชสูตร | พระพุทธเจ้า |
| ตติยสังขิตตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| กัปปสหัสสสูตร | พระอนุรุทธะ |
| เมตตาสหคตสูตร | พระพุทธเจ้า |