Full of Love
เมตตาสหคตสูตรในสังยุตตนิกาย เล่าถึงเหตุการณ์ที่ภิกษุหลายรูปเดินทางไปยังอารามของพวกอัญเดียรถีย์ปริพาชก ณ นิคมชื่อหะลิดทวัสสนะ แคว้นโกลิยะ หลังจากสนทนาปราศรัยกัน พวกปริพาชกได้กล่าวว่า พระสมณโคดมทรงแสดงธรรมแก่สาวกทั้งหลายให้ละนิวรณ์ ๕ ประการ ซึ่งเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งจิตและทอนกำลังปัญญา แล้วให้เจริญเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาจิต แผ่ไปตลอดทุกทิศทุกทางทั่วโลกอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน โดยพวกตนก็แสดงธรรมแก่สาวกในลักษณะเดียวกันนี้
เมื่อภิกษุเหล่านั้นกลับไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าและกราบทูลเรื่องราวทั้งหมด พระพุทธองค์ตรัสแนะนำให้ภิกษุเหล่านั้นกลับไปถามพวกปริพาชกถึงคติ (จุดหมายปลายทาง), ความเป็นอย่างยิ่ง (ความเป็นเลิศ), ผล (อานิสงส์), และที่สุด (ข้อสรุป) ของการเจริญเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขาเจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิตด้วยเมตตาเป็นต้น) เพราะพวกปริพาชกจะตอบไม่ได้ เนื่องจากเป็นปัญหาที่อยู่นอกขอบเขตความรู้ของพวกเขา
จากนั้น พระพุทธเจ้าได้ทรงอธิบายว่า การเจริญเมตตาเจโตวิมุตติ (รวมถึงกรุณา มุทิตา และอุเบกขาเจโตวิมุตติ) นั้น บุคคลพึงเจริญโพชฌงค์ ๗ ประการ ได้แก่ สติสัมโพชฌงค์, ธรรมวิจยสัมโพชฌงค์, วิริยสัมโพชฌงค์, ปีติสัมโพชฌงค์, ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์, สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์ ที่สหรคตด้วยเมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา โดยอาศัยวิเวก (ความสงัด), วิราคะ (ความคลายกำหนัด), นิโรธ (ความดับทุกข์) และน้อมไปในการสละ (ความปล่อยวาง) นี่คือความแตกต่างที่สำคัญในธรรมเทศนาของพระพุทธองค์ ซึ่งนำไปสู่การบรรลุธรรมอันสูงสุด.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →