| พระไตรปิฎก | เล่มที่ 19 |
| นิกาย | สังยุตตนิกาย |
| ผู้แสดงธรรม | พระพุทธเจ้า |
| ผู้ฟัง | หมู่ภิกษุ |
| สถานที่ | |
| Link | โสตาปัตติผลสูตร |
โสตาปัตติผลสูตร เป็นพระสูตรสำคัญในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงธรรมเกี่ยวกับองค์คุณที่นำไปสู่การบรรลุโสดาปัตติผล หรือการเข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน. การเป็นพระโสดาบันถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญยิ่งในเส้นทางแห่งอริยบุคคลในพระพุทธศาสนา โดยมีคุณสมบัติที่ชัดเจนและเป็นหลักประกันว่าจะไม่ตกต่ำลงสู่ทุคติภูมิอีกต่อไป.
พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า ธรรม ๔ ประการที่บุคคลเจริญทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อทำให้แจ้งโสดาปัตติผล ธรรม ๔ ประการนี้เรียกว่า "โสตาปัตติยังคะ" ได้แก่:
สัปปุริสสังเสวะ คือ การคบหาสัตบุรุษหรือกัลยาณมิตร: การได้อยู่ใกล้ชิดและปฏิสัมพันธ์กับผู้มีปัญญา ผู้ทรงศีล ผู้มีคุณธรรม ย่อมนำพาให้เกิดแนวคิดและพฤติกรรมที่ดีงาม.
สัทธัมมัสสวนะ คือ การฟังพระสัทธรรม: การตั้งใจฟังคำสอนอันแท้จริงของพระพุทธเจ้าด้วยความเคารพและพิจารณา ย่อมนำไปสู่ความเข้าใจในธรรม.
โยนิโสมนสิการ คือ การมนสิการโดยแยบคาย: การทำในใจโดยแยบคาย การพิจารณาไตร่ตรองตามความเป็นจริงด้วยปัญญา มองเห็นเหตุปัจจัยและผลลัพธ์ของสิ่งต่างๆ.
ธัมมานุธัมมปฏิปัตติ คือ การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม: การนำธรรมะที่ได้ยินได้ฟังและพิจารณาแล้วไปประพฤติปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักธรรมนั้นๆ อย่างถูกต้อง.
เมื่อบุคคลเจริญธรรม ๔ ประการนี้จนถึงที่สุด ย่อมบรรลุความเป็น "พระโสดาบัน" ซึ่งหมายถึง "ผู้แรกถึงกระแสธรรม" หรือ "ผู้มีดวงตาเห็นธรรม" เป็นอริยบุคคลระดับแรกใน ๔ ระดับ คือ โสดาบัน สกทาคามี อนาคามี และอรหันต์. พระโสดาบันเป็นผู้ละสังโยชน์เบื้องต่ำ ๓ ประการได้อย่างเด็ดขาด ได้แก่:
สักกายทิฏฐิ: ความเห็นว่าเป็นตัวของตนหรือยึดมั่นในขันธ์ ๕ ว่าเป็นอัตตา.
วิจิกิจฉา: ความสงสัยในพระรัตนตรัย (พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์) และในกุศลธรรมทั้งหลาย.
สีลัพพตปรามาส: ความยึดมั่นในข้อปฏิบัติที่เข้าใจว่าจะบริสุทธิ์หลุดพ้น ซึ่งไม่เป็นไปตามมรรคมีองค์ ๘.
นอกจากนี้ พระโสดาบันยังเป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันหยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ (อจลศรัทธาในพระรัตนตรัย) และมีศีลอันเป็นที่รักของพระอริยะ (อริยกันตศีล) ซึ่งบริสุทธิ์ ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย เป็นไปเพื่อสมาธิ. คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้พระโสดาบันเป็นผู้ไม่ตกต่ำในอบายภูมิทั้ง ๔ (นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน) และมีความแน่นอนที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า จะเวียนว่ายตายเกิดอีกไม่เกิน ๗ ชาติในสุคติภูมิเท่านั้น ก่อนที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์. พระโสดาบันมี ๓ ประเภท ตามความแก่กล้าของอินทรีย์ ได้แก่ เอกพีชี (เกิดอีกชาติเดียว), โกลังโกละ (เกิดอีก ๒-๓ ชาติ) และสัตตักขัตตุงปรมะ (เกิดอีกอย่างมาก ๗ ชาติ). บุคคลทั่วไปไม่ว่าจะเป็นบรรพชิตหรือคฤหัสถ์ก็สามารถบรรลุโสดาปัตติผลได้ ดังเช่น พระเจ้าพิมพิสาร อนาถบิณฑิกเศรษฐี และนางวิสาขาในสมัยพุทธกาล.
| พระสูตร | ผู้แสดงธรรม |
|---|---|
| ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร | พระพุทธเจ้า |
| เมตตาสหคตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อริยสัจ อรหันตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| จุนทสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ อริยสูตร | พระพุทธเจ้า |
| โพชฌงค์ นิพพิทาสูตร | พระพุทธเจ้า |
| หิมวันตสูตร | พระพุทธเจ้า |
| อุณณาภพราหมณสูตร | พระอานนท์ |
| ปฐมภยเวรูปสันตสูตร | พระพุทธเจ้า |