With Cunda
จุนทสูตรในสังยุตตนิกาย (SN 47.13) กล่าวถึงเหตุการณ์เมื่อพระสารีบุตรปรินิพพาน. เรื่องเริ่มต้นขึ้นเมื่อพระสารีบุตรอาพาธหนักอยู่ที่นาฬคามะ โดยมีพระจุนทะคอยดูแลอุปัฏฐาก. เมื่อพระสารีบุตรปรินิพพานลง พระจุนทะจึงนำบาตรและจีวรของท่านเดินทางไปยังกรุงสาวัตถี.
พระจุนทะได้ไปพบพระอานนท์ที่เชตวันมหาวิหาร และแจ้งข่าวการปรินิพพานของพระสารีบุตรให้ทราบ พร้อมกับถวายบาตรและจีวรของพระสารีบุตร. พระอานนท์รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ประหนึ่งกายมึนงงและไม่รู้สึกตัว แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า.
พระพุทธเจ้าทรงเตือนพระอานนท์ว่า พระองค์ได้ตรัสสอนไว้แล้วว่า ทุกสิ่งที่รักและน่าพอใจย่อมต้องพลัดพรากจากกันเป็นธรรมดา สิ่งใดเกิดแล้ว มีแล้ว ปัจจัยปรุงแต่งแล้ว มีความแตกสลายเป็นธรรมดา จะไม่ให้แตกสลายไปนั้นเป็นไปไม่ได้. พระองค์ทรงถามพระอานนท์ว่า พระสารีบุตรได้นำเอาศีลขันธ์ สมาธิขันธ์ ปัญญาขันธ์ วิมุตติขันธ์ หรือวิมุตติญาณทัสสนขันธ์ของพระอานนท์ไปด้วยหรือ. พระอานนท์กราบทูลว่าไม่ได้นำไป.
จากนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสสอนพระภิกษุทั้งหลาย (รวมถึงพระอานนท์) ให้พึ่งตนเอง พึ่งพระธรรมเป็นที่พึ่งอื่นไม่มี. การพึ่งตนเองและพึ่งพระธรรมนั้น หมายถึงการมีสติกำหนดพิจารณากายในกาย, เวทนาในเวทนา, จิตในจิต และธรรมในธรรม โดยมีความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกได้. พระพุทธองค์ทรงย้ำว่า ภิกษุทั้งหลายผู้ที่ปฏิบัติตนเช่นนี้ ทั้งในปัจจุบันและหลังจากที่พระองค์ปรินิพพานไปแล้ว จะเป็นยอดแห่งภิกษุผู้ใคร่ในการศึกษา.
อ่านพระสูตรฉบับเต็ม →